ก่อนวันเกิด 1 วัน อยู่ ๆ ก็ฝันว่าได้ไปงานศพงานหนึ่ง ไม่รู้ว่างานใคร แต่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ตาย ในฝันเราได้ปักธุปไหว้ศพด้วย ตื่นมาก็ไม่ได้คิดอะไร....พอไปทำงานกลับมา แม่บอกว่า ลูกพี่ลูกน้องเราเสียแล้ว ด้วยสาเหตุเกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย....ก็อึ้ง ๆ ไป
เพราะแม้ลูกพี่ลูกน้องคนนี้แม้จะอายุห่างจากเรา 12 - 13 ปี ( อายุเขาสามสิบกว่า ๆ ) แต่ก็สนิทกัน ได้คุยกันบ่อย ๆ และเวลาเราไม่สบาย ก็ได้พี่คนนี้แหล่ะคอยเป็นเหมือนผู้ให้คำแนะนำตลอด เพราะว่าเขาเรียนจบพยาบาลมา ( เกียรตินิยมอันดับ 1 ซะด้วย) จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เวลาแม่พาไปฝากไว้บ้านป้า พี่เขาก็จะหาขนมให้กิน พาไปเที่ยว ( ส่วนมากคือเที่ยวเซนทรัลชิดลม -_-")จำได้ว่าตอนป. 1 เป็นอีสุกอีใส พี่เขาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าเราน่าจะเป็น....
รู้สึกโหวง ๆ ...วันหนึ่งคนที่เคยอยู่ วันนี้ก็ไม่อยู่ซะแล้ว....
ถ้าพี่เขายังอยู่ ความรู้ความสามารถของเขาคงจะช่วยคนได้อีกมาก เหมือนที่เขาได้เคยช่วย ๆ มา....ไม่มีอะไรการันตีหรอกว่า คนที่อายุน้อยกว่าจะตายหลังคนที่อายุมากกว่า....คนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกข์ที่สุดก็คงจะต้องมาจัดงานศพลูกตัวเองเนี่ยะแหล่ะ แต่อย่างกรณีพี่เรา มันเป็นเรื่องสุดวิสัย แต่ไอ้คนที่เอาตัวเองไปเสี่ยง ๆ กับเรื่องความเป็นความตายโดยไม่นึกถึงหัวอกพ่อแม่นี่มันทำไปได้ยังไงนะ
ไม่ได้จะให้มานั่งหดหู่ว่าไม่รู้ว่าเราจะตายวันตายพรุ่ง แต่แค่เป็นการเตือนใจให้เราอย่าดำรงชีวิตอยู่บนความประมาท แค่อย่าใช้ชีวิตหมดเปลืองไปวัน ๆ ให้เวลากับพ่อแม่ ดูแลพ่อแม่มากแค่ไหน มีเวลาให้คนในครอบครัวบ้างรึเปล่า แบ่งเวลากับเพื่อนบ้างไหม ( เน้นว่าเพื่อนนะ ไม่ใช่แค่คนรู้จักที่ออกไปเฮฮากันตามประสา) วัน ๆ ทำอะไรไปบ้าง ทำอะไรที่มีประโยชน์บ้างรึเปล่า ทั้งกับตัวเองและสังคม
หรือว่าวัน ๆ เอาตัวเองไปติดกับคนที่เพิ่งเข้ามาในชีวิต วัน ๆ คุยโทรศัพท์กับแฟนทั้งวัน แฟนทำอะไรรู้หมด แต่แค่พ่อแม่ที่อยู่บ้านเดียวกันไม่ค่อยสบายกลับไม่เคยสังเกต .....
จงทำทุกวันให้เหมือนเป็นวันสุดท้ายบนโลกนี้
แม้ตายไปอาจจะไม่รับรู้อะไรแล้วก็ตาม
แต่ถ้าเกิดรับรู้ล่ะ
จะเสียใจไหม ที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรจะทำ
แต่ก้แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว....
ปล.
ถึงพี่สาวผู้ใจดี ขอบคุณที่คอยช่วยเหลือดูแลน้องสาวคนนี้ แม้จะไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ก็ตาม
น้องคนนี้จะจำทุกช่วงเวลาดี ๆ และเสียงหัวเราะใส ๆ ของพี่ไว้ตลอดไปค่ะ
ขอให้พี่ไปสู่สุคตินะคะ....
edit @ 10 May 2008 21:07:13 by mariposa
เขียนดีอะ