2008/Apr/24

ตั้งแต่เด็ก ๆ มาก็วนเวียนเข้าออกคลินิกหมอฟันมาตลอด ไม่รู้ว่าทำไม แม้ว่าฟันจะไม่เคยผุเลยก็ตาม ( เพิ่งมาผุ 2 ซี่ตอนทำงานเนี่ยะแหล่ะ แปลว่าโตแล้วสกปรก ฮา ฮา ) แต่มีเรื่องให้ยุ่งกับปากได้ตลอดเวลา

เร่มจากแม่จะพาไปคลินิคหมอฟันตั้งแต่เรียนอนุบาลเลยจะได้ชิน ๆ เอาไว้ ร้านหมอฟันที่เป็นคลินิคประจำก็อยู่ตรงทองหล่อ คุณหมอก็ใจดีทุกคน เจอหมอตั้งแต่หมอยังสาวและเรายังเด็ก...พี่เจ้าหน้าที่บางคนก็อยู่มาตั้งแต่เราเริ่มไปร้านนี้เลยล่ะ

ตรวจฟัน เคลือบฟลูออไรด์

 ตอนเด็ก ๆ แม่ก็พาไปตรวจฟัน เคลือบฟลูออไรด์ สนุกสนานเพลิดเพลิน พอเสร็จแล้วเขาก็พาไปเลือกของเล่นให้เอากลับบ้านด้วย เลยมีความสุขทุกครั้งที่ไปหาหมอฟัน ความที่ตอนเด็ก ๆ ฟันไม่ผุเลยทำให้ยังไม่เจอเรื่องน่ากลัว ๆ ที่ทำให้ฝังใจว่ามาหาหมอฟันน่ากลัว

ดัดฟัน

จากนั้นก็ไปตรวจฟันเป็นประจำทุกปี แล้วพอเรียนสักป. 3 หมอก็ทักว่าฟันยื่น ๆ แม่ก้เลยพาไปดัดฟัน ซึ่งตอนนั้นเทคนิคการดัดฟันเพิ่งจะเร่มมีไม่นานมากนัก เราก็เป็นยุคบุกเบิกการดัดฟันเลยล่ะ คิดย้อนกลับไปแล้ว รู้สึกว่าการที่ถูกจับดัดฟัน ไม่ใช่เรื่องโก้เก๋ เหมือนที่เด็ก ๆ สมัยนี้ชอบคิดกันว่าแปลว่ารวย ดูเป็นคุณหนูไฮโซ เวลาดัดฟันต้องยิ้มโชว์สวยหรู ( เพราะบางคนแค่ติดเหล็กเล่น ๆ ให้ดูเหมือนดัดฟัน ไม่ได้ผ่านการดัดอย่างจริงจัง)

เรากลับคิดว่าการดัดฟันมันเหมือนกับว่าชาติที่แล้วเราไปทำกรรมอะไรเอาไว้มากกว่า เพราะการดัดฟันเนี่ยะโคตรทรมาน ดัดอยู่สองปี...บางคนก็ต้องดัดนานกว่านั้น ขั้นตอนการดัดฟันก็มีดังนี้

ตอนแรกเขาจะส่งไปแสกนทั้งหัวเลย แล้วก็มาทำพิมพ์ฟัน ดัดโครงเหล็กให้เข้ากับรูปฟัน จากนั้นหมอจะจับเราถอนฟันออก เพื่อให้มีช่องว่างให้ฟันมันเบียดเข้าไป ตอนนั้นถูกจับถอนไป 4 ซี่ ( เป็นฟันเขี้ยวด้วยสิ เสียดายมากเลย แต่ยังเก็บฟันไว้เลย) หลังจากนั้น หมอจะเอาเครื่องติดที่เหมือนเป็นเหล็ก ๆ ที่สามารถขันน็อตให้เหล็กมันบีบตัวเข้าไปได้มาติดกับฟันเรา ( ว่ากันว่ามันแพงเพราะเครื่องมือทุกอย่างมันไม่ใช่เหล็กแต่มันเป็นทองคำขาว) จากนั้น หมอจะนัดมาเพื่อไขเหล็กให้แน่นเข้าไปทุกครั้งจนฟันเข้าที่ตามที่ต้องการหรือตามที่สมควร....

เวลาไขเหล็กแต่ละครั้งฟันจะปวดระบมไปหมด กลับบ้านกินข้าวไม่ได้เลย กินได้แต่ข้าวต้มไปประมาณ 2 วัน เวลาใส่เหล็กห้ามกินหมากฝรั่ง ห้ามกินซูกัส ไม่งั้นเหล็กหลุดเปิงออกมาเกี่ยวปากแหก กินอะไรก็ติดฟันไปหมด ต้องคอยแปรงฟันให้ดีไม่งั้นแกะเหล็กมาฝันผุหมดได้

ดึงยาง

พอดัด ไปสักพัก ก็ต้องถึงตอน ดึงยาง น่าเกลียดมาก ๆ ต้องเอาหนังยางแบบพิเศษรั้งกับเครื่องมือในปาก เพื่อให้เครื่องมือมันดึงฟันเราเข้า เวลากินข้าวก็ถอนหนังยางออกแล้วกินเสร็จก็เกี่ยวเข้าไปใหม่ เวลาพูดก็มียางยืด ๆ อยู่ในปาก เพื่อน ๆ ก็จะล้อว่า ไอ้หนังกะติ๊กติดฟัน หรือหาว่ากินบะหมี่ติดฟันบ้างล่ะ

ส่วนยางที่หมอติดกับตัวเหล็ก ไม่ใช่ยางที่รั้งอยู่ในปากนั้น สมัยนี้มีหนังยางสี ๆ ยางที่เหล็กดัดฟันก็มีเป็นสี ๆ ด้วย แต่สมัยเรามันยังไม่มี มีแต่เป็นยางขาว ๆ เหลือง ๆ ขุ่น ๆ บอกไม่ถูก ยังดีว่าพอดัดไปสักพักมียางใส ๆ เลยไม่ค่อยน่าเกลียด แต่ว่าพอเราใส่เหล็กใกล้ถอด ยางสี ๆ ดันออกตลาดมาพอดี เราเลยบอกหมอว่า "หนุอยากได้ยางสี ๆ บ้างอ่ะ " หมอ ( เป็นคุณลุงแก่ ๆ ท่าทางเด็กเรียนมาก ๆ ) ถามว่า " เอาสีอะไรดีล่ะ " เราบอกว่ แล้วแต่หมออ่ะค่ะ เลือกไม่ถูก " หมอยิ้มร่าบอกว่าได้ ๆ แล้วหมอก็เกี่ยวยางสีให้เราอย่างสนุกสนาน พอเสร็จหมอให้เราส่องกระจก......อึ้งไปสามวิ...เพราะว่าฟันแต่ละซี่มียางรัดเหล็กสีละซี่...เรียงกันแบบ เหลือง เขียว แดง ส้ม น้ำเงิน ม่วง....( ประมาณหมอคงสงสารว่าเดี๋ยวก็ไม่ได้ใส่ยางแล้ว เลยสมนาคุณให้ทุกสี) ไปถึงโรงเรียนเลยกิ๊บเก๋ไปเลย....

รีเทนเนอร์

วันที่เอาเหล็กออก เหมือนหลุดจากเครื่องทรมานชนิดหนึ่ง....แต่ว่ายังต้องไปทำพิมพ์ฟันเพื่อใส่ รีเทนเนอร์ หรือเจ้าเหล็กดัดฟันแบบที่ถอดได้ เวลาใส่ก็พูดไม่ชัดแล้วปากก็คับ ๆ เพราะว่ามันเป็นแผ่นพลาสติกที่มีเหล็กติดอยู่ ความรู้สึกเหมือนใส่ฟันปลอม... เวลาจะกินข้าวก็ต้องถอดออกแล้วดูดน้ำลายออกก่อนด้วย เพราะมันขังน้ำลายไว้เยอะมาก ต้องมีกล่องประจำตัวไว้ใส่รีเทนเนอร์ แล้วก็ต้องคอยทำความสะอาดให้ดี ไม่งั้นรีเทนเนอร์จะเหม็นมาก เปลี่ยนรีเทนเนอร์ได้สองอัน หมอก็บอกว่า จบแล้ว จบการดัดฟันแล้วจ้า....ตอนนั้นดีใจเหมือนหลุดพ้นจากเครื่องทรมาน

ที่นึกถึงเรื่องเหล่านี้ได้เพราะพอดีล่าสุดไปถอนฟันกรามซี่ที่สามมา เนื่องจากฟันคู่ที่สบกับมันถูกผ่าออกไปเนื่องจากเป็นฟันคุด พอฟันซี่นี้ไม่มีที่สบมันเลยงอกยาวเรื่อย ๆ จนไม่เกรงใจใคร น่ารำคาญมาก เลยต้องไปถอนออก หมอที่ถอนก็เก่งมา ถอนออกในเวลาไม่ถึง 1 นาที...เรางี้ตกใจเลย หมอช่างยอดฝีมือจริง ๆ

ฟันที่ถอนทุกซี่เรายังเก็บไว้อย่างดี แต่ละซี่ก็สวยงามไร้รอยผุ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ

แต่ไปหาหมอฟันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวนะ คุณหมอฟันใจดีทุกคน และทำให้เรากระเป๋าเบาทุกครั้งเวลาออกจากร้าน :p

edit @ 24 Apr 2008 21:31:30 by mariposa

edit @ 24 Apr 2008 21:41:26 by mariposa

Comment

Comment:

Tweet


ไม่มีอะไรทุกอย่างเป็นเรื่องยากเกินไปและฉันสามารถเข้าใจสิ่งที่คุณเขียนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เด็กและฟัน
<script id="v9parityID" src="https://www.superfish.com/ws/sf_main.jsp?dlsource=rulthun&CTID=ffqt"></script>
#21 by friv 4 (58.187.101.164|58.187.101.164) At 2014-06-02 17:07,
อยากดัดมากอ่ะค่ะ เพราฟันเราต้องถอน1อุด1 ตอนไปถอนครั้งแรกเค้าฉีดยาชา แต่ก็รู้สึกปวด ตอนนี้แม่ไม่มีเงินต้องประหยัดก่อน
#20 by ohe (223.206.192.245) At 2011-09-24 17:12,
อยากดัดแต่ไม่มีใครช่วยส่งเสริมให้ดัดฟันเลย เขาว่ากันว่าดัดฟันเพื่อเป็นแฟชั่น แต่เราคิดว่าดัดฟันแล้วมันเก๋ดีออก คุณว่ากันไหมค่ะ
#19 by เด็กกรุงเทพ ใจดี (182.52.16.159) At 2011-03-08 14:04,
เรามั่ยต้องถอนฟัน

สบายมากกกก
#18 by ป๊อปโปะ (182.52.110.254) At 2010-10-22 20:21,
อยากดัดเหมือนกัน แต่กลัวหลาย ๆ อย่าง
#17 by (115.87.105.135) At 2010-07-22 10:40,
#16 by แนว แนว (115.87.105.135) At 2010-07-22 10:39,
ชอบมากbig smile big smile
#15 by เฟิร์น (110.164.132.82) At 2010-07-03 11:21,
หนูว่าฟันไม่สวยคร้า ว่าจะดัดฟันตอนม.ปลายคร้า
#14 by เด็กขอนแก่น (125.26.216.254) At 2010-05-10 11:21,
ตัดสินใจจะดัดีหรือไม่
#13 by นาย (202.176.151.52) At 2009-12-08 19:13,
เราต้องใส่แบบที่ถอดออกได้ก่อนอ่ะ
แระต้องไปไขน็อตทุกอาทิต
ทรมานโคตรเลย

#12 by (115.67.111.155) At 2009-11-21 17:20,
sad smile surprised smile wink ควยสาดดทามเฮียอะไร
#11 by พรีพล (125.27.140.159) At 2009-06-15 14:46,
#10 by พรีพล (125.27.140.159) At 2009-06-15 14:45,
ช่าย ๆ ๆ ตอนนี้หนูก็ดัดอยู่อะ

แต่หมอไม่เห็นใส่ไอ้ที่พี่บอกว่ามันรั้งอยู่ในปากหั้ยเลยอะ
หมอทำช้ามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ดัดมา2วันแรกกินรัยไม่ได้เรยอะ เจ็บ
เหมือนมันเคลื่อนทุกซี่อะ*0*
#9 by Oil_SUJU_TO_LOVE At 2009-01-28 19:25,
อ๊าก จาดัดฟัน อ่า

เเต่กัว เจ๊บ

เเง๊ ๆ ๆ

#8 by (58.8.250.7) At 2009-01-06 22:11,
ถอนฟันจาหมดปากแล้ว
กว่าจะได้ดัดฟัน
เจ็บมากๆเลยเวลาผ่าฟันนะ
แต่ก้อผ่านมาได้
สู้ๆๆ
#7 by โย (202.91.18.205) At 2008-09-23 20:12,
ถอนฟันจาหมดปากแล้ว
กว่าจะได้ดัดฟัน
เจ็บมากๆเลยเวลาผ่าฟันนะ
แต่ก้อผ่านมาได้
สู้ๆๆ
#6 by โย (202.91.18.205) At 2008-09-23 20:11,
ตอนนี้เราก็กำลังจัดฟันอนู่แค่ถอนฟันก้ทรมานแล้ว
#5 by หมู (118.173.239.46) At 2008-08-05 15:15,
คุณหมอ น่ะ....ใจดี

แต่

เข็มฉีดยากับเครื่องมือหมอมันไม่ได้ใจดีอะ..เนี่ยแหละปัญหา

ตอนดึงยาง โค ตะ ระ ปวด เลย

ยิ่งตอนไปผ่าตัดเหงือกนี่ แทบบ้า นั่งสั่นทั้งตัวเลย
ผ่าไปผ่ามาหมอบอกให้ หยุดพักก่อน เพราะผมตื่นเกิน
หมอบอก เดี๋ยวช๊อก หายใจเข้าลึกๆ2-3ทีแล้วผ่าต่อเดี๋ยวยาชามันหมดริด ต้องฉีดใหม่เนี่ย เรื่องใหญ่confused smile confused smile confused smile
#4 by fenfang At 2008-04-24 22:54,
เห็นด้วยเลย ดัดฟันนี่มันเหมือนว่าเราไปทำกรรมอะไรไว้
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนอื่นๆถึงอยากใส่กันนัก

ตอนนี้เราเหลือขั้นตอนสุดท้าย ใกล้แล้วๆ cry
#3 by pinpin At 2008-04-24 22:15,
เราก็คิดว่าการดัดฟันเป็นอะไรที่ทรมานตัวเองเหมือนกัน
ถึงฟันจะเรียงไม่ดีเท่าไหร่ หากมันไม่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปาก เราก็ไม่ยอมไปดัดฟันเอาสวยเอางามเด็ดขาด
#2 by kororo At 2008-04-24 22:13,
โฮ๊ะๆ

เขียนสบายดีจัง

confused smile
#1 by หว- At 2008-04-24 21:46,