2008/Feb/16

วันนี้ยาวหน่อย ขอเตือน 

ตอนนี้มีน้องเพิ่งเรียนจบมาทำงานที่ทำงาน ถึงจะอยุ่แผนกเดียวกันแต่ก็คนละทีมกัน น้องคนนี้เลยไม่เชิงเป็นเด็กในสังกัด แต่ก็ได้คุยกันบ่อย ๆ แล้วก็กินข้าวด้วยกันทุกกลางวัน น้องคนนี้ประสบการณ์ฝึกงานก็หลายที่ และน้องเขาก็เคยฝึกงานที่นี่มาก่อนด้วย ซึ่งช่วงฝึกงานเราว่าน้องคนนี้เก่งมากเลย ทำงานได้ดีกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก

แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะพอน้องเขาได้ทำงานจริง ๆ  เขากลับเครียดมาก บ่นจะลาออกทุกวัน ร้องไห้ไปไม่รุ้กี่รอบ  และต้องการการsupport ทางด้านจิตใจ และต้องการคนดูแลอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่ทำงานยังไม่ถึงเดือน

เราก็สงสารน้องเขาเหมือนกัน เพราะว่าคงยังปรับตัวไม่ได้กับการทำงานแบบจริงจัง เรื่องระบบงานมากมายที่คงยังงง ๆ อยู่ เพราะงานที่ทำงานค่อนข้างหิน อาศัยวรยุทธ์ส่วนตัวกันมากทีเดียว และแต่ละคนความรับผิดชอบเยอะมากจนบางครั้งก็ไม่มีเวลาจะมาดูแลน้องได้ตลอดเวลา เราถ้ามีเวลาก็จะชวนน้องเขาคุยบ้าง ช่วยแนะเขาเรื่องทำงานบ้าง ช่วยสอนเขาเรื่องวิธีจัดเอกสารหรือการจัดระบบความคิดในการทำงาน หาอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงานมาให้น้องเขา เช่นพวก post it flag สมุดโน๊ตเล่มเล็ก ๆ แฟ้ม กระบอกใส่ปากกาดินสอ อันไหนมีอยู่แล้วก็ให้น้องเขาไป อันไหนไม่มีก็เบิกมาเผื่อน้องเขา ก็นึกถึงตัวเองตอนทำงานใหม่ ๆ หรือเวลาต้องเริ่มงานที่ใหม่ ถ้ามีคนมาช่วยแนะนำบ้างมันก้อุ่นใจดี

แต่น้องก็ยังไม่หายเครียด ตอนเย็นก็เลยเดินกลับบ้านกับน้องแล้วก็ถามว่าเป็นยังไง น้องก็เลยบ่นถึงสิ่งที่เขาคิดให้ฟัง เราก็รู้สึกว่า เอ่อ เด็กสมัยนี้มันก็ไม่ค่อยอดทนเท่าไหร่เลยนะ แถมความคาดหวังก็สูงมาก ๆ ความจริงเราก็เคยเป็นแบบนั้น เพื่อน ๆ ก็เป็นกันหลายคน มีเพื่อนที่ทำงานได้สามวันครึ่งแล้วลาออกก็มี แต่พอทำงานไปมาก ๆ งานมันก็สอนอะไรเราเอง

น้องบ่น : ทำไมต้องมานั่งส่งแฟกซ์เชิญประชุมเยอะแยะขนาดนี้ด้วย มาเป็น assistant coordinator นะ ไม่ได้มาส่งแฟกซ์ ( น้องมันจบเกียรตินิยมมาด้วยมันคงจะคาดหวังว่าจบมาได้ทำอะไรสูงส่ง ชี้นิ้วสั่งเป็นผู้บริหารเลย น้องมันเคยบ่นเรื่องว่ามันต้องทำงานคู่ควรเกียรตินิยมของมัน เราเลยบอกมันว่า พี่ก็จบเกียรตินิยม แล้วแกไปชี้ดูในที่ทำงานสิ เขาจบเกียรตินิยมกันหมดล่ะที่นี่)

เราตอบ : พี่เป็น assistant consultant ยังต้องส่งแฟกซ์เองเลยน้องเอ๋ย ก็ในเมื่อมันเป็นขั้นตอนหนึ่งของการทำงาน เราก็ต้องทำเพื่อจะได้ก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไป จะจัดประชุม ไม่เชิญคนมาแล้วจะจัดได้ยังไง

น้องบ่น : ทำไมจัดประชุมคนอื่นไม่เห็นทำอะไรเลยอ่ะ

เราตอบ : ก็มันยังไม่ถึงเวลา พวกพี่ก็โดนกันถ้วนหน้าทั้งนั้นแหล่ะ รู้ไหมวันงานพี่ ๆ ก็ต้องเข้าเป็น secretariate ของงานประชุม ต้องทำรายงานประชุม แถมพอจบงานยังต้องประมวลแบบสอบถามของผู้เข้าประชุมทุกคน พี่ต้องประมวลคนเดียว ยังไม่เห็นบ่นเลย เพราะมันยังมาไม่ถึง ( น้องก็เร่มสบายใจขึ้นหน่อยนึง )

น้องบ่น : เนี่ยะ ตอนงานก่อนหน้านี้นะ บลาๆๆๆ

เราตอบ : แล้วเรื่องนั้นมันจบไปแล้วยัง จะเก็บมาเครียดอีกทำไม วันนี้ก้เครียดแล้วยังเก็บของเก่ามาเครียดกับของวันนี้อีก เลือกเอาเองละกัน ( จริง ๆ เมื่อก่อนก็บ่น แต่พี่อีกคนสอนมาแบบนี้ เลยจำมาปรับใช้)

น้องบ่น : เรียนจบมาทำไม่เห็นตรงกับที่เรียนเลย

เราตอบ : ปริญญาน่ะ เขาสอนให้เรียนเพื่อให้เราเรียนจบมาแล้วรู้จักนำไปปรับใช้ ไม่มีงานอะไรที่มันตรงกับที่เรียนมาเป๊ะ ๆ หรอก นอกจากพวกวิชาชีพ แบบ หมอ ทนาย น่ะ

น้องบ่น : เบื่อ ๆๆๆงานเยอะเหนื่อย ไปทำที่อื่นดีกว่างานน้อย ๆ

เราตอบ : อย่างแกไปทำที่อื่นก็เฉาตายพอดี ชอบเหรอนั่งว่าง ๆ นั่งคิดว่าเอ วันนี้ทำอะไรดี โอ๊ยไม่มีอะไรทำแล้วนั่งรอเวลากลับบ้าน เอาเหรอแบบนั้น สมองฟ่อพอดี ( น้องพยักหน้าเห็นด้วยว่าไม่ชอบงานแบบนั้น) แล้วงานของเราถึงจะเหนื่อย แต่ทำไปผลมันก็ตกอยู่กับสังคม มีคนได้รับผลดี ๆ จากสิ่งที่เราทำนะ ทำไปก็ไม่เหนื่อยหรอก ( เราทำงานองค์การพัฒนาระหว่างประเทศ ตอนนี้เลือด NGO เลยพุ่งสูงกว่าปกติ ฮา ฮา )

น้องบ่น : โอ๊ย เครียดอีกอย่าง จอคอมพิวเตอร์หันออกทางเดินอ่ะ ใครผ่านไปมาก็เห็น

เราตอบ : โอ๊ย จอฉันก็เหมือนกัน ตั้งแต่ทำงานมาจอฉันหันหาทางเดินไม่ก็ห้องเจ้านายตลอดเวลา ชินแล้ว นายเดินมาทีไร ต้องดันเป็นเวลาที่ฉัน chat ไม่ก็ เช็คเมลล์ทุกที ทีเวลาทำงานนายไม่ยักเดินมา แต่งานก็เสร็จตรงตามที่เขาต้องการนิ จะเครียดอะไร

แล้วน้องก็บ่นมากมาย เรายืนขาแข็งเลย แถวนั้นไม่มีที่นั่งด้วย....แต่ก็อยากให้น้องเห็นโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ชิงลาออกไปเสียก่อน ห่วงอนาคตน้องเขาเองด้วย เพราะเด็กเดี๋ยวนี้ลาออกกันเร็วมาก ๆ เคยเจอลุงคนนึงพอพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แกก็ด่าเป็นชุดเลย บอกว่า " ผมเกลียดมากไอ้เด็กสมัยนี้ ทำงานที่นึงไม่กี่เดือนก็ลาออก เนี่ยะนะ ยังมีหน้าเขียนลงมาใน resume อีก ผมเห็นทีไรเป็นโยนทิ้งหมด " ใจเย็นค่ะลุง ๆๆๆ

แต่ไอ้เรื่องการย้ายงานบ่อยมันก็ไม่ผิดหรอกนะ เพราะคนเราก็มีสิทธิจะค้นหาตัวเอง เด็กเดี๋ยวนี้กล้าตัดสินใจมากขึ้น ไม่ใช่ก็ไม่ทน แต่ก็มีบางคนที่คาดหวังไว้สูงหรือบางทีก็ไม่ค้นหาตัวเองให้ดีก่อน ทำได้ไม่นานก็เลยลาออก เคยอ่านเจอใน Asia Times เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วทั้งเอเชียตอนนี้ แล้วเรียกเด็กรุ่นใหม่ว่า strawberry generation คือทนแรงกดดันได้น้อยมาก ช้ำเร็ว

ปล. อ่านจบอย่านึกว่าคนเขียนป้ามากนะจ้ะ เราเองก็เพิ่งทำงานได้ 3 ปีเอง แถมยังเคยมีประสบการณ์ทำงานได้ 2 อาทิตย์แล้วคิดลาออก แต่ทนไปจนสองเดือนแล้วก็ลาออกน่ะ  ก็มันไม่ชอบนี่หว่า ทำไมต้องทน :p

edit @ 16 Feb 2008 21:19:50 by mariposa

edit @ 16 Feb 2008 21:21:42 by mariposa

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

ผมก้อกำลังหางาน ^^

ฟังไว้ๆ เป็นประสบการรณืครับ
#1  by  ★POSTMODERN★ At 2008-02-16 21:33, 
ตอนนี้ทำงานมาสี่เดือน

ซึ่งกำลังจะลาออกอย่างแน่นอน

อาจจะจริงที่ความอดทนอาจจะต่ำ

แต่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ

บางทีสภาพการณ์บางอย่างก็ทำให้ถอยได้เหมือนกัน

อดทนกับอะไรนานๆที่ ไม่ควรจะอดทน

ก็ป่วยการณ์ ทรมานตัวเองเปล่าๆ

เหมือนตอนนี้ที่กำลังเป็นอยู่ ทนกับงานไหวค่ะ

แต่ต้องทนกับคน อันนี้มันแย่จริงๆ

เพราะบางที

#2  by  ~ Ordinary Girl ~ At 2008-02-16 22:08, 
mariposa says:
postmodern
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ
wanwizaa
เข้าใจค่ะ เคยเจอเหมือนกันคนที่แบบงี่เง่ามาก ๆ ถ้าพยายามเปลี่ยนอะไรไม่ได้ หรือคนงี่เง่าเป็นคนหมู่มาก ก็คงต้องไป แต่คนงี่เง่ามีทุกที่ค่ะ ยังไงถ้าทนและหาทางรับมือได้ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด double wink
#3  by  mariposa At 2008-02-16 22:19, 
ไม่เด็กหละ
ตอนเข้าทำงานใหม่ๆ เข้าไปพร้อมกัน 2 คน ในแผนก
ไอ้คนที่พร้อมกัน เกิดไม่ชอบงานปุ้บ จู่ๆ ก็หายหัวไป แล้วยื่นใบลาออกตามมา
หายหัว ไม่รับโทรศัพท์ด้วย
ช่างไม่มีวุฒิภาวะทางปัญญาเสียเลย!
#4  by  น้ำเงินเจือขาว At 2008-02-16 22:28, 
อืมมม โรงเรียนผมสอนว่า จงเป็นผู้ตามที่ดีเพื่อเป็นผู้นำที่ดี
ไม่เกี่ยวกับเกียรตินิยมหรอกครับ อย่า่ว่าเเต่ส่งเเฟกซ์เลย ล้างห้องน้ำก็เคย ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ที่ทำงานในฐานะที่ต่ำกว่า
จริงอยู่ที่ว่าเราอาจเหนื่อยกว่าคนอื่นกว่าจะได้เกรดดีๆ เเต่อย่าลืมว่าองค์กรไม่ได้ทำงานคนเดียว เราต้องปรับตัวเพื่อทำงานให้เข้ากับผู้อืนในหลายๆตำเเหน่ง นั่นเเหล่ะครับ เพราะชีวิตการทำงานคงไม่เหมือนกับชีวิตในช่วงวัยเรียน

ป.ล. ผมยังเรียนอยู่นะครับ ไม่มีประสบการณ์ทำงานจริง เเต่ขอตอบตามความคิดละกันbig smile
#5  by  raycircle At 2008-02-16 22:30, 
จริงฮับยอมรับกันตรงๆเลยในฐานะ(เด็ก)รุ่นใหม่ตอนนี้ เจอกับเพื่อนๆที่ประสบปัญหานี้มากมาย เหอๆแต่ทำไงได้นอกจากคอยประคองมันกับตัวเราให้ผ่านไปได้ดีอะัฮัีบ
#6  by  Kinคุง At 2008-02-16 22:35, 
คงเป็นเพราะสมัยนี้ทำอะไรหลายๆ อย่างได้ง่ายมั้งครับ

ติดต่อคนก็ส่งอีเมล์ได้
หาข้อมูลก็กูเกิ้ลได้

รวดเร็ว สะดวกสบาย แดกด่วน

แต่พอเด็กถึงเวลาทำงาน ออกไปเจอโลกจริงๆ พบว่าในการทำงาน ยังไม่ได้มีระบบหลายๆ อย่างทีอำนวยความสะดวกในการทำงาน เหมือนตอนเรียน

ก็เลยเบื่อกันง่ายๆ

น่าจะเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งนะครับ
#7  by  PastelSalad At 2008-02-16 22:43, 
จากที่พอยเคยมีประสบการณ์ฝึกงาน (ตอนนี้พอยอยู่ปีสามค่ะ)ที่องค์กรรัฐวิสาหกิจรูปแบบใหม่(จุ๊ๆๆๆ)อยู่ที่นึงค่ะ พบเจอเหมือนกันกับพวกเด็กฝึกงานด้วยกัน บ่นอารมณ์นี้เลย.....ไม่รู้จะบ่นทำไมเหมือนกัน บ่นขนาดนี้ก็ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้หรอก คนเราบางทีมันก็ต้องค่อยๆไต่ (ในความรู้สึกเด็กมหาลัยคนนึงนะคะ) ใช่ว่าจะสามารถขึ้นไปยืนจุดสูงสุดแล้วสั่งอย่างเดียวได้ บางทีงานยิบๆเราก็ต้องหยิบจับหมด จะบ่นจะเลือกก็ไม่ใช่แล้ว
สามเดือนนั้นที่พอยสมัครใจไปยื่นใบขออนุญาตฝึกงาน พอยตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ตำแหน่งที่เขาหยิบยื่นมาค่อนข้างที่จะเยอะและหนัก ทำไมคนที่บ่นไม่คิดบ้างว่า ตั้งใจทำไปเถอะมันดีกับตัวเราเอง พี่ๆเขาก็จะชมและเอ็นดู ดีกว่ามานั่งบ่นให้พี่เขาฟัง งานก็ทำส่งๆเสร็จๆไป ไม่คิดบ้างเลยว่าอาจจะโดนตำหนิไม่ต่อหน้าก็ลับหลัง.....เสียเครดิตหมดเลย

ปล. ตอนนั้นโต๊ะที่พอยนั่งก็หันจอคอมไปทางโต๊ะของคุณพี่หัวหน้างานพอยค่ะ ....เขาเดินมาจัดให้แบบนั้นเลย..........โอ้ว จะทำอะไรทีแอบเสียวอยู่question
#8  by  loseyloose At 2008-02-16 22:45, 
การที่น้องคุณเป็นยังงั้น ไม่ได้หมายความว่า 'เด็กสมัยนี้' เป็นสักหน่อยนี่คะ มันอาจจะเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลก็ได้ ตั้งหัวข้อแบบนี้น่าสงสารเด็กสมัยนี้ที่มีความอดทนสูงแต่ไม่มีใครมองเห็น และต้องถูกเหมารวมไปหมดชะมัด
#9  by  K9 At 2008-02-16 22:46, 
เรื่องจริงค่ะ

แต่โดยส่วนตัวคิดว่าบางที สถานการณ์มันก็บังคับนะ ^^"
เฃ่นว่ากดดันมากๆ หรือความคาดหวังสูงปรี๊ดส์นี่ก็มีผลเหมือนกันค่ะ (แต่มันก็ขึ้นอยู่กบบุคคลด้วยนะ อันนี้ฉันไม่มั่นใจ)

แต่ความอดทนต่ำแล้วพยายามทำนี่ขอยกย่อง
ถ้าความอดทนต่ำ แล้วถอย ก็ยังไม่ว่าอะไร ถือว่ารู้ตัว
แต่ถ้าความอดทนต่ำ ไม่ทำงาน แถมเอาของคนอื่นไปส่ง อันนี้ขอประณามค่ะ (จขค. เก็บกดเล็กน้อยจากการโดนลอกงานค่ะ)

#10  by  Idee* At 2008-02-16 23:03, 
^
เราว่าเป็นยุคสมัยจริงๆ มากกว่าปัจเจคบุคคลอะค่ะ
ที่ยกตัวอย่างมาก็เป็น case study อย่างนึงไง

ว่าแต่ ที่เรียกว่าอดทน มันวัดกันที่ทำงานกี่เดือนหนิ ??

เราว่า องค์กรสมัยนี้ใช้งานคนหนักขึ้น ระบบงานก็ซับซ้อนขึ้น ทำให้ความเครียดสะสมนะ
angry smile sad smile
#11  by  PoY At 2008-02-16 23:10, 
คาดหวังไว้สูงก็งี้แหละครับ

ผมก็เป็น
#12  by  \=+=[~MasKoto~]=+=/ At 2008-02-16 23:18, 
อ่านแล้วกลัวเลยค่ะ เรียนยังไม่จบ กลัวไว้ก่อน

อีกไม่กี่เดือนจะต้องฝึกงานบ้างแล้วค่ะ กลัวอีกแล้ว
#13  by  เห็ด At 2008-02-16 23:32, 
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
ถึงแม้ว่าน้องท่อยังไม่ถึงขั้นปริญญา แต่ก็ฟังเอาไว้เป็นข้อคิด

เห็นด้วยอย่างคิดค่ะ
เพราะว่าสังคมในสมัยนี้ สะดวกสบายเกิน
อะไรๆพ่อแม่ก็ให้ พ่อแม่เลี้ยงลูกตามใจเกินไปอ่ะค่ะ
ทำให้ลูกไม่รู้จักความรับผิดชอบ
โตขึ้นมาก็เหมือนเดิม แม้ว่าจะออกเหย้าออกเรือน
หรือมีงานการทำแล้ว
ต่างจากคนสมัยก่อนค่ะ
สมัยก่อนมีความรับผิดชอบสูงมาก
เห็นได้จากคนมีอายุส่วนใหญ่ในสมัยนี้ที่ประสบความสำเร็จ
หากย้อนประวัติไป ล้วนแล้วก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์เองทั้งนั้น
การทำงานเริ่มจากงเนเดือนเพียงไม่เท่าไหร่
แต่ก็อดทนทำงาน จนได้ดิบได้ดีในการงาน

บ่นซะยืดยาวเลย ฮ่าๆ

confused smile confused smile confused smile
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
#14  by  ป้า ท่อ At 2008-02-16 23:49, 
เพิ่งเรียนปี1 แต่ก็เคยคิดถึงเวลาออกไปหางานเหมือนกัน(อารมณ์ว่า ยังไงมันต้องทำงานออฟฟิคแน่ๆ)

อ่านไว้เป็นอุทาหรณ์เมื่อถึงเวลาของเรา จะได้คิดให้ดี^ ^~
#15  by  ❉✱ll N ö K ll✱❉ At 2008-02-16 23:51, 
ที่ออฟฟิศลุง คนชอบลาไปเรียนต่อ (คือ หมดความอดทน อยากได้งานที่ดีกว่านี้) ค่าครองชีพมันสูงมั้งครับ ^^'' ไม่รู้จะแข่งกันไปทำไมนักหนา
#16  by   At 2008-02-17 00:11, 
ถ้าจะปรับ ก็ต้องปรับตั้งแต่ราก
#17  by  Eta At 2008-02-17 00:48, 
บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ...

ที่ที่ทำงาน... ก็เห็นมีตำแหน่งนึง คนทำงานสลับผลัดเปลี่ยนกันไวจนแทบจำชื่อไม่ได้...

แต่ก็ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างหละน๊อ sad smile
#18  by  Choco At 2008-02-17 00:49, 
ก็เคยเห็นมาด้วยตัวเองเหมือนกัน
มาทำงานไม่กี่วันแล้วมันก็หายหัวไปเลย ^^"
เอาแต่รักสบาย หนักไม่เอาเบาไม่สู้
แล้วจะได้รู้ว่าเงินที่เราขอพ่อแม่ไปผลาญมันหามาได้ยากขนาดไหน

ปล.
งานหนักทำแล้วสนุกนะครับ
ดีกว่าไม่มีอะไรทำนั่งเล่นไปวันๆconfused smile
#19  by  โด่คุง..lost in space At 2008-02-17 01:21, 
สังคมปัจจุบัน เรียนจบมาหางานตรงสายยากมากครับ

ผมว่าถ้ามีงานให้ทำก็ควรจะอดทนซักระยะก่อน จนกว่าคุณจะพบสิ่งที่ใช่กับตัวคุณจริงๆแล้ว ผมว่าการทำงานบางอย่างไปก่อน มันอาจจะช่วยเหลือ
ตัวคุณในภายหลังก็ได้ครับ big smile

ตัวผมเองยังเด็กคงแนะอะไรไม่ได้มาก หวังว่าคงไม่ว่าอะไรกับการเสนอแนวคิดของผมนะครับbig smile
สงสัยจะเป็นทุกสมัยครับ

สมัยสิบปีก่อนมีเพื่อนที่จบที่เดียวกัน ไปทำงานวันแรกบ่นว่าจะลาออก ไปทำงานวันที่สอง ลาออกเลย confused smile
#21  by  manop At 2008-02-17 02:16, 
เง้อ ผมจบปริญญาโท ยังทำงานเงินเดือนแค่ หมื่นเดียวเอง แต่ผมก็สุขใจกับการทำงานของผมง่ะนะ confused smile
#22  by  Bb At 2008-02-17 02:42, 
ปกติตอนทำงาน จะเจอน้อง ๆ ที่เพิ่งจบใหม่จะไฟแรงมาก อยู่ว่างไม่ได้ ต้องมาถามว่ามีอะไรให้ทำมั้ยตลอด เด็กจบใหม่ที่บ่น ๆๆๆ แบบนี้ไม่เคยเจอเลยค่ะ แล้วน้องเค้าคงเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับเกียรตินิยมที่ได้แล้วล่ะค่ะ angry smile
#23  by  เจนเนสซ่า At 2008-02-17 06:48, 
จำไว้เป็นประสบกานร์ค่ะ เผื่อเรียนจบมหาลัยไปทำงาสนแล้วจะได้เอามาปรับใช้

ยอมรับเลย ว่าพวกเค้าและเพ่อนๆ ความอดทนก็ต่ำ sad smile

#24  by  ★+๑๐MinJeE with Chico๐๑+★ At 2008-02-17 08:20, 
อาจเป็นไปได้ว่ามีเป้าหมายสูงสุด ประสพความสำเร็จในอาชีพ "รักงานสบาย" confused smile
#25  by  naiamibios At 2008-02-17 10:35, 
ใช้คำว่าความอดทนต่ำคงไม่เหมาะเท่าไหร่มั้งครับ

มันน่าจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบกัน

ความอดทนต่ำอาจจะเป็นส่วนนึงเท่านั้น

หลักๆ ที่เป็นอย่างนั้นเพราะโครงสร้างสังคมมันเปลี่ยนไป

ค่านิยมก็เปลี่ยนไป

ความคิดความอ่านของคนย่อมเปลี่ยนไป



คำตอบของคนที่อยากเปลี่ยนงาน

กับคำตอบของคนที่ไม่อยากเปลี่ยนงาน

มีเหตุผลเป็นร้อยๆข้อ



ถ้าบอกว่าเด็กสมัยนี้ความอดทนในการทำงานต่ำ

ก็อยากทราบว่าแล้วสมัยไหนที่ความอดทนสูง

สิบปีที่แล้ว หรือยี่สิบปีที่แล้ว

หรือถ้าหลังสงครามโลกล่ะก็

แน่นอนครับ ความอดทนต้องสูงลิ่ว


ผมเข้าใจนะว่าคุณคงเป็นห่วงน้องที่ทำงาน

แต่เชื่อเถอะครับ สักวันเค้าจะรู้ด้วยตัวเอง


โลกแห่งความเป็นจริงคือ เราทำงานเพื่อปากท้อง

และการได้งานที่ตัวเองรักนั้นเป็นกำไรชีวิต
#26  by  inane At 2008-02-17 11:15, 
สมัยผมทำงาน คำว่าเก็บประสบการณ์หมายถึงการทำงานเป็นปี ๆ เลยครับ
แต่สมัยนี้แค่ 6 เดือน พอมาสมัครงานใหม่ก็เขียนว่าเคยทำที่ บ. (ชื่อดัง) มาแล้ว 6 เดือน
พอผมได้ยินแบบนั้น.. ผมกาหัวใบสมัครเลยครับ "ไม่ทน"
ทำงานที่ละเพียงไม่กี่เดือน มันพิสูจน์ไม่ได้หรอกครับคน ๆ นั้น ทำงานเก่ง
#27  by  นิเกะ At 2008-02-17 11:18, 
โชคดีจังที่จบนิเทศศิลป์
#28  by  ขุนกระบี่ At 2008-02-17 11:20, 
ความอดทนต่ำ และ ความละเอียด รอบคอบ ใส่ใจในความถูกต้องก็น้อยด้วยค่ะ

แต่บางทีเราต้องนึกถึงตอนที่เราเพิ่งเริ่มทำงาน

บางทีก็หงุดหงิด...แต่ก็ต้องให้โอกาสเด็กเค้านะ

big smile
#29  by  m At 2008-02-17 11:59, 
เอ หนูไม่รู้นะว่า สังคมการทำงานสมัยนี้เป็นยังไง(เพราะหนูยังเรียนอยู่) แต่จากความเห็นนะ ไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานตรงกับที่เรียนมา ก็สามารถประสบความสำเร็จได้

ทำงานหลายอย่างก็ได้ประสบการณ์หลายอย่าง (สามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต)

แหะๆ แต่หนูก็ไม่รู้อะไรมากหรอกนะคะ
#30  by  O-oBo-O At 2008-02-17 12:00, 
หัวหน้าแผนก F&B ของโรงแรมแห่งหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า มีเด็กคนนึงทำงานได้เดือนเดียว แล้วก็ส่ง sms มาให้ ทุกคนในแผนก เขียนว่า "งานไม่เหมาะกับผม เพราะงั้นขอลาออกครับ" แล้วก็หายไปพร้อมกับจดหมายลาออก 1 ฉบับ

ของแบบนี้มันพูดยากเหมือนกันแต่เพื่อนผมหลายๆคน
ตอนจบมาใหม่ๆ ก็เป็นประมาณนี้กันซะ 90% ทำๆเลิกๆ นานสุดเห็นอยู่ได้แค่ ปีนิดๆพอรับ bonus ก็โบกมือลาเลย (ว่าไปตัวเองก็ 4 เดือนออกเหมือนกันนี่หว่า -3-)
#31  by  Omega-Melon At 2008-02-17 12:21, 
Mariposa Says :



ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นนะคะ
และก็รู้สึกดีที่น้อง ๆ ที่ยังเรียนอยู่หลายคนอาจจะได้เก็บตรงจุดนี้ไปเป็นข้อคิดด้วย
แล้วดีใจที่ได้อ่านความเห็นของน้องหลาย ๆ คนแล้วรู้สึกว่าถึงจะเรียนอยู่ก็มองโลกได้ดีและถูกต้อง เวลาออกไปทำงานก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ double wink

สำหรับบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับคำว่า เด็กสมัยนี้...อันนี้นานาติตตังไม่ว่ากันค่ะ
เพราะความจริงตัวคนเขียนเองก็ยังนับว่าเป็นเด็กสมัยนี้เหมือนกันค่ะ ถ้าจะนับจากช่วงอายุคนทำงาน เราเองก็เพิ่งผ่านอะไรมากไม่มาก อายุก็ไม่ได้ต่างจากน้องคนนั้นเท่าไหร่นัก และพี่ ๆ หรือผู้ใหญ่หลายคนก็ยังนับว่าเราเป็นเด็กสมัยนี้อยู่ค่ะ

แต่ทุกวันนี้ สภาพสังคมทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น การกินดีอยู่ดี มีพ่อแม่คอยสนับสนุน ทำให้คนเรารู้สึกว่าต้องทนกับอะไรน้อยลง ความอดทนในการรอคอยที่จะได้เห็นผลจากสิ่งที่เราทำอยู่ก็มีน้อยลง
( แม้แต่ตัวเราเองบางครั้งก้เคยนึกว่า ทำไมชั้นต้องทน คุณสมบัติอย่างฉันออกไปก็หางานใหม่ได้ง่าย ๆ ถึงยังไม่มีงานทำก็ยังมีกินมีใช้อยู่...แต่พอมาฉุกคิดดู ถ้าไม่อดทนแล้วเมื่อไหร่จะเห็นผลของมันล่ะค่ะ และเวลาทำงานก็ยังเป็นการพัฒนาตัวเอง และเปิดโอกาสให้เราได้ค้นหาตัวเอง แถมได้เงินด้วยนะ )

อีกเรื่องนึงคือ
จริงค่ะ บางคนทำงานมาไม่กี่เดือนก็บอกว่ามีประสบการณ์แล้ว เราเองทำงานมา 3 ปียังคิดว่าตัวเองเพิ่งจะเร่มทำงานเป็นแบบจริง ๆ จัง ๆ ด้วยซ้ำไป
double wink

ยังไงเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ทำงานอยู่ และน้อง ๆ ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่การทำงานนะคะ
#32  by  mariposa At 2008-02-17 12:45, 
mariposa says:

ปล. เขียน นานาจิตตังผิด...แก้จากนานาติตตัง เป็นนานาจิตตังนะคะ double wink
#33  by  mariposa At 2008-02-17 12:47, 
อ่านแล้วจี๊ด
cry cry
เพิ่งลาออกมาสดๆร้อนๆ ทำได้แค่3เดือนเอง
เป็นเพราะดื้อเองค่ะ รู้ว่างานมันไม่ใช่ตัวเราแต่แรกก็ยังฝืนสุดท้ายอยู่ไม่ได้ตามคาดsad smile

แต่ก็แปลกนะคะ งานที่อยากทำก็ไม่ใช่จะพิศดารอะไร แต่ก็ไม่เคยได้สักที ดันไปได้งานที่ไม่ใช่ตัวเองตลอดเลย ไม่รู้ HR เขาเห็นดีเห็นงามอะไรsad smile
เด็กสมัยนี้เกิดมาในยุคสุขสบายความฝันสวยหรู พอพบความจริงก็มักเป็นแบบนี้แบล
มันก็จริงนะพี่
แต่เอาเหอะเนอะ ก็ต้องให้โอกาสเขาได้เรียนรู้
น่าจะชินกว่าเดิมเนอะ
#36  by  d2bneverdie At 2008-02-17 13:46, 
ทนอด
อดทน
ทนอึด
ครับ
#37  by  nora At 2008-02-17 14:18, 
อืม, แต่บิวเห็นด้วยนะคะที่เด็กสมัยนี้ภูมิต้านทานน้อยลง ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม
แล้วยังยึดถือเกียรตินิยมอีก sad smile แต่จะโทษเด็กอย่างเดียวในเรื่องก็คงไม่ได้
ตราบใดที่ผู้ใหญ่ยังคงฝังหัวเด็กเด็กเรื่องการเรียนที่กดดันเด็กต่อไป

บิวว่าถ้าน้องเค้าเบื่อมาก ทนไม่ได้ ปล่อยให้เค้าไปเผชิญโลกที่มันโหดร้ายเองดีกว่าค่ะ
ประสบการณ์บางอย่างมันก็ต้องล้ม ลุก คลุกคลาน กันเอง นะคะ confused smile

ส่วนมนุษย์เงินเดือนอย่างเราเรา ก็สู้ชีวิตกันต่อไป surprised smile
#38  by  Bew At 2008-02-17 16:58, 
มันเป็นเรื่องของสมัยนี้มากกว่าค่ะที่เด็กสมัยใหม่มีทางเลือกมากกว่า
การทำอาชีพอิสระสมัยนี้มันง่ายกว่าเดิมเยอะ
คนนับถือในความเป็นปัจเจกมากขึ้น
การทำงานในองค์กรจึงดูกลายเป็นงานที่น่าเบื่อ
ถ้าไม่มีทางเลือกแล้วค่อยถึงมาทำ
ไม่แปลกที่เด็กจะต้องการะอะไรที่้ทาทายมากกว่าการมานั่งส่งแฟกซ์
ไม่ใช่ไม่ทน แต่มันไม่ชอบ
แล้วไม่ชอบ จะทนไปทำไม
เราเข้าในน้องเค้าค่ะ เราเคยทำงานนึง สองชั่วโมงลาออกเลย กร๊ากกกกกกก
#39  by  gallantfoal At 2008-02-17 17:07, 
อ๊ะ เพิ่งออกจากงานมาจริงๆ ด้วย
อ่านบล็อกนี้ก็เลยหันมาพิจารณาตัวเอง
แต่ก็พบว่า....
ดีแล้วที่ออกมา
แหม บางทีมันก็สุดจะเหลือทนจริงๆนี่นา
แต่ทำที่ใหม่ จะพยายามให้มากขึ้นค่ะ
#40  by  kamo At 2008-02-17 17:10, 
โทษใครดีล่ะ ที่นี้???
#41  by  ซาลาดิน At 2008-02-17 20:24, 
ก่าจะอ่านจบปวดตามากครับ
น่าจะทำให้ตัวอักษรใหญ่ขึ้นนิดนึงนะครับ
#42  by  [=M e K=] At 2008-02-17 21:23, 
mariposa says:

อืม จริงอยู่ที่ว่าสมัยนี้อาชีพอิสระมีมากขึ้น เพราะมีเพื่อนที่ทำอาชีพอิสระอยู่หลายคน แต่ว่ามันก็มีความดีไม่ดี ข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป บางครั้งงานออฟฟิศดูเหมือนเหนื่อย แต่ว่ายังมีเวลาตายตัว ส่วนงานอิสระ 24 ชั่วโมงคือการทำงาน เราเองก็เป็นคนที่ทำทั้งงานอิสระควบคู่ไปกับงานประจำค่ะ

ส่วนเรื่องว่าเวลามาทำงานเรื่องงานจุกจิกเล็กน้อย เช่นส่งแฟกซืนั้นบางคนอาจจะมองว่าไม่ท้าทาย แต่ว่าคนที่ทำแต่งานใหญ่ ๆ โดยไม่เคยทำงานเล็ก ๆ พวกนี้เลย ก็ไม่ดีหรอกนะคะ เพราะเวลาทำงานแต่ละอย่าง ถ้าจะให้ดี เราต้องรู้ทุกขั้นตอน แม้ว่ามันจะดูไม่สำคัญก็ตาม และอีกอย่าง ถ้าเราเข้าไปเป็นระดับ staffs ทั่วไป ถ้าเราไม่ทำแล้วใครทำค่ะ จะไปใช้ผู้จัดการส่งแฟกซ์ หรือใช้โทรจิตติดต่อกันดีล่ะคะ
question

คุณ MEK
ขอโทษเรื่องตัวอักษรที่เล็กเกินไป จนทำให้ปวดตานะคะ ( เราเองยังว่ามันเล็กไปเหมือนกัน)
แต่ก็ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบ นะคะ
cry

ส่วนเรื่องที่หลายคนพูดประเด็นที่ว่า ควรทนหรือไม่ควรทนนั้น เราก็ไม่ได้สนับสนุนให้ทุกคนต้องอดทนอะไรปานนั้น เพราะเป็นเราเองก้ไม่ทนเหมือนกัน ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ก็ออกเถอะ เสียสุขภาพจิต แต่ก่อนจะออกลองถามตัวเองว่า ทนถึงที่สุดแล้วยัง เราคิดว่าทนไม่ได้เอง หรือมันทนไม่ได้จริง ๆ
บางทีชีวิตมันก็ไม่ได้ยาวขนาดให้เราลองผิดลองถูกไปได้เรื่อย ๆ หรอกค่ะdouble wink
#43  by  mariposa At 2008-02-17 21:36, 
เป็นเรื่องราวที่น่าคิดทีเดียว
ได้รับรู้ถึงการทำงานของผู้ใหญ่และการก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่แบบคนทำงาน
บทความดีๆแบบนี้ เล่าสู่กันฟัง เป็นเรื่องดีค่ะ

อ่านแล้วนึกถึงตัวเอง
เคยคิดเหมือนกันว่าเรียนมัธยมอยู่เนี่ย
บางครั้งอาจารย์ให้ทำอะไรที่มันไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนเลย แต่ก็ทำนะคะ เพราะคิดว่ามันเป็นหน้าที่ มันก็เป็นเรื่องที่ดี มีผลต่อตัวเรา

ปล.เห็นเพื่อนหลายคนที่เรียนเก่ง แต่มักไม่ทำงานส่ง ตรงนี้อาจจะทำให้มองเห็นถึงอะไรบางอย่าง
#44  by  antzzer At 2008-02-17 22:58, 
Hot! Hot!
เป็นมุมมองและประสบการณ์ที่ดีมากแก่น้องๆ ที่เริ่มทำงานเลยคุณ mariposa
เราก็เป็นคนนึงที่คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ ..
ว่าเด็กรุ่นใหม่ความอดทนในการทำงานมีน้อย
ถ้าทำแล้วคิดว่าไม่ใช่ เราว่าช่วงระหว่างทดลอง
งานก็ต่างคนต่างดูกันนะคะ .. บริษัทเองก็จะดูว่า
พนักงานคนนี้ทำงานได้อย่างที่ต้องการมากพอที่
จะให้เป็นพนักงานประจำรึปล่าว ตัวของพนักงาน
ใหม่ก็พิจารณาจากงานที่ได้ทำนั้น ใช่อย่างที่ตัวเอง
คิดรึปล่าวด้วย เราเองต้องประเมินน้องใหม่ช่วง
เข้างานและได้คุยๆ อยู่ทุกเดือน ก็มักจะพูดว่า
ต่างคนต่างดู คนที่ไม่พ้นโปรฯ มีมากกว่าที่เค้า
ทำงานอย่างที่บริษัทคาดหวังไม่ได้ด้วย

ตอนที่เป็นพนักงานประจำแล้วสิ เคยเจอว่าน้องๆ
บางคนคิดว่ามันไม่ใช่ แล้วทำไมมันเพิ่งจะไม่ใช่
หลังจากผ่านช่วงทดลองงานมาแล้วล่ะ ? ไม่ค่อย
เข้าใจค่ะแบบนี้ .. งานที่ได้ทำไม่ตรงกับที่เรียนด้วย
เราว่าถ้าไม่ได้เรียนสายงานอาชีพอย่างหมอ ทนาย
พยาบาล สถาปนิก บัญชี ฯลฯ อะไรทำนองนั้น งาน
ที่ทำหลายคนมักจะได้ทำไม่ตรงกับสาขาที่เรียน ..
แล้วเค้าเอามาปรับใช้กับสิ่งที่ต้องเจอได้มากแค่ไหน
นั่นหละสำคัญ บางทีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เค้าได้จาก
การทำงานฝึกให้เค้าเติบโตขึ้นอย่างไม่รู้ตัวแต่บางที
น้องๆ เค้าไม่คิดนะคะ ระเบียบ วินัย ความกดดันที่
ได้รับจากการทำงานมันมีมากกว่าสมัยที่ยังเรียนอยู่
มากแน่ๆ .. เราว่าคนที่มีประสบการณ์ในการทำงาน
สายงานหนึ่งๆ 1-2 ปี ยังถือว่าน้อยไปด้วยมั้ง คนที่ถือ
ได้ว่ามีประสบการณ์ทำงานในงานเดิมที่ทำมาก่อนนั้น
3 ปีนี่ยอมรับได้นะคะ.. 2-3 สัปดาห์ก่อนได้คัดใบสมัคร
งานเพื่อจะรับคนเข้าใหม่ในแผนก 2 คน คัดใบสมัคร
มากกว่า 20 คน เลือกไว้ได้เพียง 4 คนเองค่ะ หลายคน
เคยทำงาน 1 ปีกว่าๆ เปลี่ยนงานมา 3 ที่แล้ว แบบนี้คัด
เราคัดใบสมัครอ่ะค่ะ ..

แต่ก็ว่าไม่ได้นะคะ เราว่าเด็กรุ่นใหม่ เป็นเด็กเก่งนะคะ
ใบเบิกทางทั้งความรู้ การใช้ภาษา และความสามารถ
ส่วนตัวค่อนข้างสูง แต่วุฒิทางอารมณ์ ความอดทนนี่ละมั้ง
ที่อาจจะวิ่งสวนทางกันไปหน่อย ..
#46  by  moodee At 2008-02-17 23:30, 
Mariposa says:

คุณการ์ตูนหมาดำ
ขอบคุณนะคะ เขิล ที่ได้รับคำชม ตอนที่เขียนก้ไม่คิดว่าคนอื่นจะคิดแบบเราไหมหรอกค่ะ แต่ก้ดีใจที่เป็นประโยชน์กับน้อง ๆ ที่มาอ่านน่ะค่ะ เพราะเราเองก้เคยเป้นคนที่เพิ่งก้าวออกมาสู่โลกแห่งการทำงานเหมือนกัน
double wink

คุณ moodee
เห็นด้วยค่ะเด็กสมัยนี้เก่งนะคะ คนนึงเก่งตั้งหลายอย่าง กล้าคิดกล้าทำด้วย แต่สงสัยเพราะเก่งกันหลายด้านเลยทำให้มีทางเลือกมากขึ้น สงสัยวันหลังเขาต้องมีข้อสอบวัดความอดทนกับเรื่องวุฒิภาวะด้วยแน่เลย แต่วัดยากนะคะเรื่องแบบนี้....
อ๋อ บางคนชอบย้ายงานหลังพ้นดปร ไม่ได้ไม่ชอบงานหรอกค่ะ บางคนเพิ่งรู้ว่าที่อื่นเงินเดือนเยอะกว่า อยากไปก็มี....
แต่บางที่ ความสุขกับเงินเดือนชอบสวนทางกันนะคะ และประสบการณ์บางอย่างเงินก็ซื้อไม่ได้
แต่เงินน้อยเกินไปก้ไม่ไหวนะคะ

question
#47  by  mariposa At 2008-02-17 23:47, 
ชอบstrawberry generation ใครคิดนะcry Hot!
#48  by  ◦○● ฬ.จุฬา ●○◦ At 2008-02-18 00:18, 
เป็นนักดนตรี ดีฟ่า ~
เล่นก็ได้ตัง ไม่เล่นก็อดได้
เก่งก็มีงาน ไม่เก่งก็ไม่มีใครจ้าง
#49  by  iMase At 2008-02-18 02:27, 
มาแชร์ประสบการณ์ด้วยคนค่ะ

พี่จบมาก็พอสมควร

ตอนนี้งานพี่ไม่เยอะ แต่ว่า หน้าที่ที่ต้องทำ มันกว้างมาก

ไม่มีลูกน้อง ต้องทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่ ยกของ ส่งของ ส่งแฟกซ์ ส่งเมล์ ส่งเอกสาร นี่ เรื่องปกติ

นัดประชุม เดินเอกสารการประชุม เปิดประชุม สรุปประชุม (ออกคำสั่งพวก ผจก ได้ ทั้งๆที่ตัวเองเป็นแค่ วิศกรตัวกระเปี๊ยก อิอิ)

ติดต่อทั้ง ภายในภายนอกองค์กร ซึ่งภายนอกองค์กรส่วนใหญ่ก็เป็นต่างชาติ

แต่ก็อดทนทำมาได้ตั้งสองปี ได้ไง ว้าwink
#50  by  aOnG At 2008-02-18 10:15, 

<< Home