วันนี้ยาวหน่อย ขอเตือน
ตอนนี้มีน้องเพิ่งเรียนจบมาทำงานที่ทำงาน ถึงจะอยุ่แผนกเดียวกันแต่ก็คนละทีมกัน น้องคนนี้เลยไม่เชิงเป็นเด็กในสังกัด แต่ก็ได้คุยกันบ่อย ๆ แล้วก็กินข้าวด้วยกันทุกกลางวัน น้องคนนี้ประสบการณ์ฝึกงานก็หลายที่ และน้องเขาก็เคยฝึกงานที่นี่มาก่อนด้วย ซึ่งช่วงฝึกงานเราว่าน้องคนนี้เก่งมากเลย ทำงานได้ดีกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก
แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะพอน้องเขาได้ทำงานจริง ๆ เขากลับเครียดมาก บ่นจะลาออกทุกวัน ร้องไห้ไปไม่รุ้กี่รอบ และต้องการการsupport ทางด้านจิตใจ และต้องการคนดูแลอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่ทำงานยังไม่ถึงเดือน
เราก็สงสารน้องเขาเหมือนกัน เพราะว่าคงยังปรับตัวไม่ได้กับการทำงานแบบจริงจัง เรื่องระบบงานมากมายที่คงยังงง ๆ อยู่ เพราะงานที่ทำงานค่อนข้างหิน อาศัยวรยุทธ์ส่วนตัวกันมากทีเดียว และแต่ละคนความรับผิดชอบเยอะมากจนบางครั้งก็ไม่มีเวลาจะมาดูแลน้องได้ตลอดเวลา เราถ้ามีเวลาก็จะชวนน้องเขาคุยบ้าง ช่วยแนะเขาเรื่องทำงานบ้าง ช่วยสอนเขาเรื่องวิธีจัดเอกสารหรือการจัดระบบความคิดในการทำงาน หาอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงานมาให้น้องเขา เช่นพวก post it flag สมุดโน๊ตเล่มเล็ก ๆ แฟ้ม กระบอกใส่ปากกาดินสอ อันไหนมีอยู่แล้วก็ให้น้องเขาไป อันไหนไม่มีก็เบิกมาเผื่อน้องเขา ก็นึกถึงตัวเองตอนทำงานใหม่ ๆ หรือเวลาต้องเริ่มงานที่ใหม่ ถ้ามีคนมาช่วยแนะนำบ้างมันก้อุ่นใจดี
แต่น้องก็ยังไม่หายเครียด ตอนเย็นก็เลยเดินกลับบ้านกับน้องแล้วก็ถามว่าเป็นยังไง น้องก็เลยบ่นถึงสิ่งที่เขาคิดให้ฟัง เราก็รู้สึกว่า เอ่อ เด็กสมัยนี้มันก็ไม่ค่อยอดทนเท่าไหร่เลยนะ แถมความคาดหวังก็สูงมาก ๆ ความจริงเราก็เคยเป็นแบบนั้น เพื่อน ๆ ก็เป็นกันหลายคน มีเพื่อนที่ทำงานได้สามวันครึ่งแล้วลาออกก็มี แต่พอทำงานไปมาก ๆ งานมันก็สอนอะไรเราเอง
น้องบ่น : ทำไมต้องมานั่งส่งแฟกซ์เชิญประชุมเยอะแยะขนาดนี้ด้วย มาเป็น assistant coordinator นะ ไม่ได้มาส่งแฟกซ์ ( น้องมันจบเกียรตินิยมมาด้วยมันคงจะคาดหวังว่าจบมาได้ทำอะไรสูงส่ง ชี้นิ้วสั่งเป็นผู้บริหารเลย น้องมันเคยบ่นเรื่องว่ามันต้องทำงานคู่ควรเกียรตินิยมของมัน เราเลยบอกมันว่า พี่ก็จบเกียรตินิยม แล้วแกไปชี้ดูในที่ทำงานสิ เขาจบเกียรตินิยมกันหมดล่ะที่นี่)
เราตอบ : พี่เป็น assistant consultant ยังต้องส่งแฟกซ์เองเลยน้องเอ๋ย ก็ในเมื่อมันเป็นขั้นตอนหนึ่งของการทำงาน เราก็ต้องทำเพื่อจะได้ก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไป จะจัดประชุม ไม่เชิญคนมาแล้วจะจัดได้ยังไง
น้องบ่น : ทำไมจัดประชุมคนอื่นไม่เห็นทำอะไรเลยอ่ะ
เราตอบ : ก็มันยังไม่ถึงเวลา พวกพี่ก็โดนกันถ้วนหน้าทั้งนั้นแหล่ะ รู้ไหมวันงานพี่ ๆ ก็ต้องเข้าเป็น secretariate ของงานประชุม ต้องทำรายงานประชุม แถมพอจบงานยังต้องประมวลแบบสอบถามของผู้เข้าประชุมทุกคน พี่ต้องประมวลคนเดียว ยังไม่เห็นบ่นเลย เพราะมันยังมาไม่ถึง ( น้องก็เร่มสบายใจขึ้นหน่อยนึง )
น้องบ่น : เนี่ยะ ตอนงานก่อนหน้านี้นะ บลาๆๆๆ
เราตอบ : แล้วเรื่องนั้นมันจบไปแล้วยัง จะเก็บมาเครียดอีกทำไม วันนี้ก้เครียดแล้วยังเก็บของเก่ามาเครียดกับของวันนี้อีก เลือกเอาเองละกัน ( จริง ๆ เมื่อก่อนก็บ่น แต่พี่อีกคนสอนมาแบบนี้ เลยจำมาปรับใช้)
น้องบ่น : เรียนจบมาทำไม่เห็นตรงกับที่เรียนเลย
เราตอบ : ปริญญาน่ะ เขาสอนให้เรียนเพื่อให้เราเรียนจบมาแล้วรู้จักนำไปปรับใช้ ไม่มีงานอะไรที่มันตรงกับที่เรียนมาเป๊ะ ๆ หรอก นอกจากพวกวิชาชีพ แบบ หมอ ทนาย น่ะ
น้องบ่น : เบื่อ ๆๆๆงานเยอะเหนื่อย ไปทำที่อื่นดีกว่างานน้อย ๆ
เราตอบ : อย่างแกไปทำที่อื่นก็เฉาตายพอดี ชอบเหรอนั่งว่าง ๆ นั่งคิดว่าเอ วันนี้ทำอะไรดี โอ๊ยไม่มีอะไรทำแล้วนั่งรอเวลากลับบ้าน เอาเหรอแบบนั้น สมองฟ่อพอดี ( น้องพยักหน้าเห็นด้วยว่าไม่ชอบงานแบบนั้น) แล้วงานของเราถึงจะเหนื่อย แต่ทำไปผลมันก็ตกอยู่กับสังคม มีคนได้รับผลดี ๆ จากสิ่งที่เราทำนะ ทำไปก็ไม่เหนื่อยหรอก ( เราทำงานองค์การพัฒนาระหว่างประเทศ ตอนนี้เลือด NGO เลยพุ่งสูงกว่าปกติ ฮา ฮา )
น้องบ่น : โอ๊ย เครียดอีกอย่าง จอคอมพิวเตอร์หันออกทางเดินอ่ะ ใครผ่านไปมาก็เห็น
เราตอบ : โอ๊ย จอฉันก็เหมือนกัน ตั้งแต่ทำงานมาจอฉันหันหาทางเดินไม่ก็ห้องเจ้านายตลอดเวลา ชินแล้ว นายเดินมาทีไร ต้องดันเป็นเวลาที่ฉัน chat ไม่ก็ เช็คเมลล์ทุกที ทีเวลาทำงานนายไม่ยักเดินมา แต่งานก็เสร็จตรงตามที่เขาต้องการนิ จะเครียดอะไร
แล้วน้องก็บ่นมากมาย เรายืนขาแข็งเลย แถวนั้นไม่มีที่นั่งด้วย....แต่ก็อยากให้น้องเห็นโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ชิงลาออกไปเสียก่อน ห่วงอนาคตน้องเขาเองด้วย เพราะเด็กเดี๋ยวนี้ลาออกกันเร็วมาก ๆ เคยเจอลุงคนนึงพอพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แกก็ด่าเป็นชุดเลย บอกว่า " ผมเกลียดมากไอ้เด็กสมัยนี้ ทำงานที่นึงไม่กี่เดือนก็ลาออก เนี่ยะนะ ยังมีหน้าเขียนลงมาใน resume อีก ผมเห็นทีไรเป็นโยนทิ้งหมด " ใจเย็นค่ะลุง ๆๆๆ
แต่ไอ้เรื่องการย้ายงานบ่อยมันก็ไม่ผิดหรอกนะ เพราะคนเราก็มีสิทธิจะค้นหาตัวเอง เด็กเดี๋ยวนี้กล้าตัดสินใจมากขึ้น ไม่ใช่ก็ไม่ทน แต่ก็มีบางคนที่คาดหวังไว้สูงหรือบางทีก็ไม่ค้นหาตัวเองให้ดีก่อน ทำได้ไม่นานก็เลยลาออก เคยอ่านเจอใน Asia Times เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วทั้งเอเชียตอนนี้ แล้วเรียกเด็กรุ่นใหม่ว่า strawberry generation คือทนแรงกดดันได้น้อยมาก ช้ำเร็ว
ปล. อ่านจบอย่านึกว่าคนเขียนป้ามากนะจ้ะ เราเองก็เพิ่งทำงานได้ 3 ปีเอง แถมยังเคยมีประสบการณ์ทำงานได้ 2 อาทิตย์แล้วคิดลาออก แต่ทนไปจนสองเดือนแล้วก็ลาออกน่ะ ก็มันไม่ชอบนี่หว่า ทำไมต้องทน :p
edit @ 16 Feb 2008 21:19:50 by mariposa
edit @ 16 Feb 2008 21:21:42 by mariposa
อ่านแล้วกลัวเลยค่ะ เรียนยังไม่จบ กลัวไว้ก่อน