2008/Feb/16

วันนี้ยาวหน่อย ขอเตือน 

ตอนนี้มีน้องเพิ่งเรียนจบมาทำงานที่ทำงาน ถึงจะอยุ่แผนกเดียวกันแต่ก็คนละทีมกัน น้องคนนี้เลยไม่เชิงเป็นเด็กในสังกัด แต่ก็ได้คุยกันบ่อย ๆ แล้วก็กินข้าวด้วยกันทุกกลางวัน น้องคนนี้ประสบการณ์ฝึกงานก็หลายที่ และน้องเขาก็เคยฝึกงานที่นี่มาก่อนด้วย ซึ่งช่วงฝึกงานเราว่าน้องคนนี้เก่งมากเลย ทำงานได้ดีกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก

แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะพอน้องเขาได้ทำงานจริง ๆ  เขากลับเครียดมาก บ่นจะลาออกทุกวัน ร้องไห้ไปไม่รุ้กี่รอบ  และต้องการการsupport ทางด้านจิตใจ และต้องการคนดูแลอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่ทำงานยังไม่ถึงเดือน

เราก็สงสารน้องเขาเหมือนกัน เพราะว่าคงยังปรับตัวไม่ได้กับการทำงานแบบจริงจัง เรื่องระบบงานมากมายที่คงยังงง ๆ อยู่ เพราะงานที่ทำงานค่อนข้างหิน อาศัยวรยุทธ์ส่วนตัวกันมากทีเดียว และแต่ละคนความรับผิดชอบเยอะมากจนบางครั้งก็ไม่มีเวลาจะมาดูแลน้องได้ตลอดเวลา เราถ้ามีเวลาก็จะชวนน้องเขาคุยบ้าง ช่วยแนะเขาเรื่องทำงานบ้าง ช่วยสอนเขาเรื่องวิธีจัดเอกสารหรือการจัดระบบความคิดในการทำงาน หาอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงานมาให้น้องเขา เช่นพวก post it flag สมุดโน๊ตเล่มเล็ก ๆ แฟ้ม กระบอกใส่ปากกาดินสอ อันไหนมีอยู่แล้วก็ให้น้องเขาไป อันไหนไม่มีก็เบิกมาเผื่อน้องเขา ก็นึกถึงตัวเองตอนทำงานใหม่ ๆ หรือเวลาต้องเริ่มงานที่ใหม่ ถ้ามีคนมาช่วยแนะนำบ้างมันก้อุ่นใจดี

แต่น้องก็ยังไม่หายเครียด ตอนเย็นก็เลยเดินกลับบ้านกับน้องแล้วก็ถามว่าเป็นยังไง น้องก็เลยบ่นถึงสิ่งที่เขาคิดให้ฟัง เราก็รู้สึกว่า เอ่อ เด็กสมัยนี้มันก็ไม่ค่อยอดทนเท่าไหร่เลยนะ แถมความคาดหวังก็สูงมาก ๆ ความจริงเราก็เคยเป็นแบบนั้น เพื่อน ๆ ก็เป็นกันหลายคน มีเพื่อนที่ทำงานได้สามวันครึ่งแล้วลาออกก็มี แต่พอทำงานไปมาก ๆ งานมันก็สอนอะไรเราเอง

น้องบ่น : ทำไมต้องมานั่งส่งแฟกซ์เชิญประชุมเยอะแยะขนาดนี้ด้วย มาเป็น assistant coordinator นะ ไม่ได้มาส่งแฟกซ์ ( น้องมันจบเกียรตินิยมมาด้วยมันคงจะคาดหวังว่าจบมาได้ทำอะไรสูงส่ง ชี้นิ้วสั่งเป็นผู้บริหารเลย น้องมันเคยบ่นเรื่องว่ามันต้องทำงานคู่ควรเกียรตินิยมของมัน เราเลยบอกมันว่า พี่ก็จบเกียรตินิยม แล้วแกไปชี้ดูในที่ทำงานสิ เขาจบเกียรตินิยมกันหมดล่ะที่นี่)

เราตอบ : พี่เป็น assistant consultant ยังต้องส่งแฟกซ์เองเลยน้องเอ๋ย ก็ในเมื่อมันเป็นขั้นตอนหนึ่งของการทำงาน เราก็ต้องทำเพื่อจะได้ก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไป จะจัดประชุม ไม่เชิญคนมาแล้วจะจัดได้ยังไง

น้องบ่น : ทำไมจัดประชุมคนอื่นไม่เห็นทำอะไรเลยอ่ะ

เราตอบ : ก็มันยังไม่ถึงเวลา พวกพี่ก็โดนกันถ้วนหน้าทั้งนั้นแหล่ะ รู้ไหมวันงานพี่ ๆ ก็ต้องเข้าเป็น secretariate ของงานประชุม ต้องทำรายงานประชุม แถมพอจบงานยังต้องประมวลแบบสอบถามของผู้เข้าประชุมทุกคน พี่ต้องประมวลคนเดียว ยังไม่เห็นบ่นเลย เพราะมันยังมาไม่ถึง ( น้องก็เร่มสบายใจขึ้นหน่อยนึง )

น้องบ่น : เนี่ยะ ตอนงานก่อนหน้านี้นะ บลาๆๆๆ

เราตอบ : แล้วเรื่องนั้นมันจบไปแล้วยัง จะเก็บมาเครียดอีกทำไม วันนี้ก้เครียดแล้วยังเก็บของเก่ามาเครียดกับของวันนี้อีก เลือกเอาเองละกัน ( จริง ๆ เมื่อก่อนก็บ่น แต่พี่อีกคนสอนมาแบบนี้ เลยจำมาปรับใช้)

น้องบ่น : เรียนจบมาทำไม่เห็นตรงกับที่เรียนเลย

เราตอบ : ปริญญาน่ะ เขาสอนให้เรียนเพื่อให้เราเรียนจบมาแล้วรู้จักนำไปปรับใช้ ไม่มีงานอะไรที่มันตรงกับที่เรียนมาเป๊ะ ๆ หรอก นอกจากพวกวิชาชีพ แบบ หมอ ทนาย น่ะ

น้องบ่น : เบื่อ ๆๆๆงานเยอะเหนื่อย ไปทำที่อื่นดีกว่างานน้อย ๆ

เราตอบ : อย่างแกไปทำที่อื่นก็เฉาตายพอดี ชอบเหรอนั่งว่าง ๆ นั่งคิดว่าเอ วันนี้ทำอะไรดี โอ๊ยไม่มีอะไรทำแล้วนั่งรอเวลากลับบ้าน เอาเหรอแบบนั้น สมองฟ่อพอดี ( น้องพยักหน้าเห็นด้วยว่าไม่ชอบงานแบบนั้น) แล้วงานของเราถึงจะเหนื่อย แต่ทำไปผลมันก็ตกอยู่กับสังคม มีคนได้รับผลดี ๆ จากสิ่งที่เราทำนะ ทำไปก็ไม่เหนื่อยหรอก ( เราทำงานองค์การพัฒนาระหว่างประเทศ ตอนนี้เลือด NGO เลยพุ่งสูงกว่าปกติ ฮา ฮา )

น้องบ่น : โอ๊ย เครียดอีกอย่าง จอคอมพิวเตอร์หันออกทางเดินอ่ะ ใครผ่านไปมาก็เห็น

เราตอบ : โอ๊ย จอฉันก็เหมือนกัน ตั้งแต่ทำงานมาจอฉันหันหาทางเดินไม่ก็ห้องเจ้านายตลอดเวลา ชินแล้ว นายเดินมาทีไร ต้องดันเป็นเวลาที่ฉัน chat ไม่ก็ เช็คเมลล์ทุกที ทีเวลาทำงานนายไม่ยักเดินมา แต่งานก็เสร็จตรงตามที่เขาต้องการนิ จะเครียดอะไร

แล้วน้องก็บ่นมากมาย เรายืนขาแข็งเลย แถวนั้นไม่มีที่นั่งด้วย....แต่ก็อยากให้น้องเห็นโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ชิงลาออกไปเสียก่อน ห่วงอนาคตน้องเขาเองด้วย เพราะเด็กเดี๋ยวนี้ลาออกกันเร็วมาก ๆ เคยเจอลุงคนนึงพอพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แกก็ด่าเป็นชุดเลย บอกว่า " ผมเกลียดมากไอ้เด็กสมัยนี้ ทำงานที่นึงไม่กี่เดือนก็ลาออก เนี่ยะนะ ยังมีหน้าเขียนลงมาใน resume อีก ผมเห็นทีไรเป็นโยนทิ้งหมด " ใจเย็นค่ะลุง ๆๆๆ

แต่ไอ้เรื่องการย้ายงานบ่อยมันก็ไม่ผิดหรอกนะ เพราะคนเราก็มีสิทธิจะค้นหาตัวเอง เด็กเดี๋ยวนี้กล้าตัดสินใจมากขึ้น ไม่ใช่ก็ไม่ทน แต่ก็มีบางคนที่คาดหวังไว้สูงหรือบางทีก็ไม่ค้นหาตัวเองให้ดีก่อน ทำได้ไม่นานก็เลยลาออก เคยอ่านเจอใน Asia Times เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วทั้งเอเชียตอนนี้ แล้วเรียกเด็กรุ่นใหม่ว่า strawberry generation คือทนแรงกดดันได้น้อยมาก ช้ำเร็ว

ปล. อ่านจบอย่านึกว่าคนเขียนป้ามากนะจ้ะ เราเองก็เพิ่งทำงานได้ 3 ปีเอง แถมยังเคยมีประสบการณ์ทำงานได้ 2 อาทิตย์แล้วคิดลาออก แต่ทนไปจนสองเดือนแล้วก็ลาออกน่ะ  ก็มันไม่ชอบนี่หว่า ทำไมต้องทน :p

edit @ 16 Feb 2008 21:19:50 by mariposa

edit @ 16 Feb 2008 21:21:42 by mariposa

Comment

Comment:

Tweet


Site owners have not to trouble because of not high traffic just because the <a href="http://marketingslinks.com/blog_comment.htm">blog commenting service</a> will provide seo stuff that increase page rank!
#66 by Park22Debra (91.212.226.136) At 2012-02-24 05:45,
University students should not lose a possibility to buy custom essays or term paper utilizing the web writing services to demonstrate the essays writing professionalism.
#65 by LATONYAParsons31 (91.212.226.136) At 2012-01-17 15:40,
#64 by (193.105.210.41) At 2011-10-29 14:14,
#63 by (193.105.210.41) At 2011-10-29 14:13,
#62 by (193.105.210.41) At 2011-10-29 14:12,
I bought a new bike and did not cash to get <a href=\"http://www.primewritings.com\">best buy essay</a>. However, I have found an essay papers writing firm that offered good sales. Thus, I was safe.
#61 by MarcyGuzman28 (193.105.210.41) At 2011-10-29 14:11,
อยากทำร้านหนังสือ
#60 by At 2008-02-21 17:06,
ใช่เลยคับบบ

sad smile Hot!
#59 by iNum~* At 2008-02-19 05:39,
งานมีอยู่เยอะแยะ ถ้าคนเราไม่เกี่ยวที่จะเลือกทำงานซะก่อน
ทำงานหรือจะฝึกงานก็ดี ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์เพราะแต่ละที่ทำงานก็ต่างกันออกไป
เดี๋ยวนี้เด็กจบใหม่หลายคนก็คาดหวังในเรื่องการทำงานไว้สูง กดดันตัวเองซะเยอะ พองานไม่ได้ดั่งใจก็ลาออก
...เป็นปัญหาเหมือนกันค่ะ เพราะทำให้คนที่มาทำงานทีหลังก็อาจโดนมองแบบนั้นไปด้วยsad smile
#58 by หนูพุก At 2008-02-18 15:44,
ผมทำงานตั้งแต่ 18

ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

จนป่านนี้ 24 แล้ว

ประสบการณ์ กับการพึ่งตนเอง

มันก็ทำให้แข็งแกร่งได้นะ
#57 by Kalamellaz At 2008-02-18 12:28,
เราก็ไม่เข้าใจนะ ว่าคาดหวังอะไรกัน อย่างน้องชายเราหน่ะ แบบว่า เนี่ยจบคณะนี้เขาได้เงินเดือนแน่ๆ สองหมื่นห้า เราก็แบบ .. เอ่อ

ไม่รู้สินะ งานหน่ะ มันไม่มีใครทำเป็นหรอก มันก็ต้องเรียนรู้ใหม่กันทั้งนั้น ถึงแม้ทำงานเดียวกัน แต่คนละบริษัท อะไรๆ มันก็ต่างกัน

... แต่พวกที่รู้ว่างานมันไม่ใช่ แล้วยังนั่งทนทำต่อไปแบบเราหน่ะ มันก็ไม่ดีหรอกนะ เฮ้อ
#56 by gsawa At 2008-02-18 12:24,
mariposa says :

คุณ phil
ขอบคุณที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ค่ะ บางทีเรื่องบางอย่างก็ต้องอาศัยประสบการณ์และการเรียนรู้ค่อย ๆ สอนกันไปค่ะ double wink

คุณ plynoi
ไม่แปลกหรอกค่ะ เรา 3 ปี 3 ที่ ที่แรก 2 ปี ที่ที่สอง 2 เดือน ที่ปัจจุบันทำมาได้ 1 ปีนิด ๆ แล้ว

เคยเจอพี่อีกคน 3 ปี 5 ที่ก็มีค่ะbig smile
#55 by mariposa At 2008-02-18 11:30,
mariposa says:

แหะ ๆ ความเห็นมันขึ้นหน้าใหม่ ขออภัยค่ะผู้อ่านsad smile
#54 by mariposa At 2008-02-18 11:26,
mariposa says:

เอ มันขึ้นมาว่ามี 52 ความเห็นแล้ว แต่ทำไมมันขึ้นแค่ 50 เองล่ะ
ใครรู้วานชี้แนะทีนะคะsad smile
#53 by mariposa At 2008-02-18 11:24,
แหะๆ ผมก็เคยเป็นนะ วันแรกอยากลาออกแล้วquestion question
ที่ไหนชอบงานหนักก็อยู่ยาวเหมือนกัน

ผมว่ามันมีปัจจัยหลายๆ อย่างนะครับ ทั้งตัวคนด้วยเองหรือสภาวะแวดล้อม (อย่างองค์กร เป็นต้น) ถ้าจูนกันได้ก็จบ

นี่ทำมา 5 ปี ทำงานเป็นที่ๆ 3 แล้วคร๊าบบcry
#52 by plynoi แว่วศรี At 2008-02-18 11:12,
คนที่ไม่ทนงาน คิดว่ามีลักษณะนิสัยและปัจจัยอื่นๆร่วมกันหลายๆอย่าง

บ้าง .. ก็โตมาจากทางบ้านที่ค่อนข้างจะมีฐานะแบบเลี้ยงดูไม่ให้อดได้ ... คนที่ไม่เคยลำบาก ไม่เคยถูกบีบคั้นในเรื่องปากท้องหรือเรื่องจิตใจจริงๆ จะไม่เข้าใจ และความกระตือรือร้นที่อยากจะยึดติดกับงานนั้นก็มีไม่มากเท่ากับ<คนที่ไม่มีตัวเลือก>

คนที่โตมาอย่างสบาย .. จะทนได้น้อยกว่าก็ไม่แปลกเลย .. เพราะมีภูติต้านทานต่ำ ... ยิ่งคนที่มีประสบการณ์ชีวิตน้อย ก็ยิ่งถูกกดดันได้ง่าย

มีข้อเท็จจริงมาเล่าให้เห็นภาพ...
เพื่อนไปสอบสัมภาษณ์ แล้วพี่ที่เป็นคนสอบสัมภาษณ์เค้าบอกว่า ให้เล่าเรื่องที่ทำให้ทุกข์หนักที่สุดในชีวิตมา ..
เพื่อนเล่าไปว่า "ในมหาลัยทำงานเป็นประธานชั้นปีไปด้วย เป็นคนทำบัญชีของชมรมอื่นด้วย" (ว่ากันตามทักษะในการทำกิจกรรมแล้วเยอะพอดู) "มีวันนึง ต้องไปฝึกงานที่จังหวัดอื่น เลยฝากเรื่องให้เพื่อนที่เชื่อใจได้ดูแลเรื่องบัญชีแทน และเค้าก็ทำได้เรียบร้อยดี เราเองก็โทรเช็คอยู่เรื่อยๆเพราะเข้าใจว่าหน้าที่นั้น หลักๆแล้วเราสมควรเป็นคนรับผิดชอบ .. พอฝึกงานเสร็จแล้ว กลับมาที่มหาลัย โดนเพื่อนคนอื่นๆต่อว่าเรื่องเอาบัญชีไปให้คนอื่นทำ .... คิดว่าตัวเองเลือกได้ถูกต้องแล้ว เพราะต้องไปฝึกงาน ถ้าไม่ฝากเรื่องให้คนอื่นทำ แล้วงานจะเสร็จทันกำหนดเหรอ? ... เพื่อนมาว่าอย่างนี้ก็ไม่ถูก ..."

เพื่อนเราพูดจบ .. พี่คนที่เป็นคนสอบสัมภาษณ์ก็ถามย้ำอีกครั้งว่า "น้อง...นี่คือเรื่องที่สุดๆในชีวิตน้องแล้วเหรอ?"

เพื่อนใสซื่อของเราก็ตอบว่า "ค่ะ"

เราได้ฟังเรื่องเล่าแล้วก็รู้สึกในใจเลยว่า ... .oO[ อา...เพื่อนชั้น...เพื่อนช้านนนน... แค่เรื่องเพื่อนมาต่อว่ายังเสียเซลฟ์ขนาดนี้ แล้วจะทำงานเป็นดีเทลยาไหวมั้ยเนี่ย] .. แต่ แน่นอนว่า เรื่องความแข็งแกร่งของจิตใจฝึกกันได้ ... คนเราสามารถเปลี่ยนทัศนคติได้เพียงเสี้ยวพริบตา ถ้าได้รับฟังเหตุผลที่ใจเขายอมรับ ...

ทางนี้เลยคิดว่าไม่เป็นไรหรอก เมื่อไหร่ที่ลำบาก