2009/Jan/15

เมื่อวันเสาร์ได้อีเมลล์ฉบับนึงจากเพื่อน

หัวข้อว่า

ใคร รัก ศรัทธา และ เชื่อในตัว....ชื่อจริงเพื่อน (ชื่อ - นามสกุล / ชื่อเล่น) บ้าง???

ใจความในอีเมลล์มีอยู่ว่า

เรา.....  ชื่อเล่นเพื่อน มีคำถามง่ายๆ  แต่อาจตอบยาก สำหรับทุกคน ว่า ใครที่ รัก ศรัทธา และ เชื่อในตัวเราบ้าง
 
  
คำตอบ ของ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มีค่ามากสำหรับชื่อเล่นเพื่อน ถ้าใครที่ มีซัก อย่าง ใน 3 สิ่งที่ถามไป กับตัวชื่อเล่นเพื่อน ... กรุณาขอเวลาซักนิดเพื่อ ส่งเมล์ตอบกลับมาด้วย (แค่ส่งกลับก็ยังดี ไม่ต้องมีคอมเม้นต์ก็ได้) ถ้าใครเฉยๆ ก็ไม่ต้องส่งเมล์กลับมานะ ไม่ว่าอะไรหรอก 

 

ตอนแรกได้อีเมลล์ก็ตกใจนิดหน่อย เพื่อนเป็นไรมากเปล่าเนี่ยะ เกือบโทรไปหา....แต่ก็นึกสงสัยว่ามันเป็นอีเมลล์ลูกโซ่หรือเปล่า..แต่สมัยเรียนมหาลัย เมลล์ลูกโซ่บ้าบอ 100 กว่าข้อก้เคยตอบมาแล้ว แค่นี้เอง ตอบได้....

ก็เลยตอบเพื่อนไปว่าเชื่อว่ามันเป็นเพื่อนที่ดีไม่เป็นพิษเป็นภัยคิดร้ายต่อใคร

เจอเพื่อนอีกที่ใน MSN เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น..

มันบอกกำลัง fail นิดหน่อย ...แต่ดีขึ้นแล้วเพราะได้กำลังใจจากเพื่อน ๆ ที่ตอบเนี่ยะแหล่ะ

 

พอมาเมื่อวาน เจออีเมลล์แบบเดียวกันเด๊ะ...จากเพื่อนอีกคน...ก็ตอบ ๆ มันไป....

เร่มสงสัยว่ามันเป็นอีเมลล์ลูกโซ่หรือเปล่าเนี่ยะ....

วันนี้เพื่อนตอบกลับมาว่า....

.ชื่อเพื่อน เพิ่งได้เมล ข้อความเดียวกันนี้เด๊ะ จากเพื่อนเก่า คนนึง เมลมาถามว่า "ใคร รัก ศรัทธา และ เชื่อในตัว..(เขา).... บ้างก็เลยอยากรู้ว่า ไอ้ความรู้สึกตอนที่ได้รับเมลตอบกลับจะเป็นยังไงบ้าง ................ แล้วก็ได้รู้ว่า อืม มันดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดี จนบอกม่ายถูกเลย   ขอบคุณมากมายค่ะ แล้วคนเราก็ได้รู้ว่า ความรู้สึกดีๆแบบ  เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ  มันส่งถึงกันได้จริงๆ  555555

 

 เราก็ยินดีตอบแล้วก็ให้กำลังใจเพื่อนนะ...แต่ตอนนี้เร่มหวาดกลัวว่าจะมีอีเมลล์แบบนี้ตามกันมาอีกไหม ฮา ฮา...

 

แต่เพื่อนอีกคนบอกว่า มีคนบอกไว้ว่า...กำลังใจไม่ได้มาจากไหน แต่มาจากตัวเราเองต่างหาก....

 


2008/Dec/14

วันก่อนกำลังเดินกลับบ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อย เพราะวันนั้นเลิกดึก...งานเร่ง...เดิน ๆ อยู่ก็นึกขึ้นมาว่า ถ้าวันนี้มีโปสการ์ดของใครสักคนส่งมา คงรู้สึกดีนะเนี่ยะ...พอเข้าบ้านก็เห็นโปสการ์ดวางอยู่ เป็นโปสการ์ดจากเพื่อนเจ้าประจำ ที่เวลาไปเที่ยวที่ไหน ขึ้นเหนือล่องใต้ ก็จะส่งโปสการ์ดของสถานที่ ๆ ไปมาให้เสมอ เป็น surprise เล็ก ๆ ตลอดเวลา

เมื่อก่อนจำได้ว่าสมัยมัธยมจะบ้าเขียนจดหมายกันมาก สมัยมหาลัยก็ยังเขียนอยู่ แต่ตอนมัธยมตอนม. ปลายเป็นช่วงที่ฮิตที่สุด ยิ่งเรียน 2 ปีครึ่ง ทำให้มีเวลาว่างครึ่งปี ทุกคนเลยเขียนจดหมายหากันเป็นการใหญ่ บางวันมาที 10 ฉบับ ก็มัวแต่นั่งเขียนจดหมายกันจนแทบจะลืมอ่านหนังสือเพื่อสอบเอนท์ไปเลย... พอโตขึ้นมา ก็ยุ่ง ๆ ทำให้จดหมายที่เคยเขียนกันขั้นต่ำ 1 หน้ากระดาษ เอ 4 กลายเป็นเหลือแค่โปสการ์ดใบเล็ก ๆ เท่านั้น

ไปเปิดกล่องโปสการ์ดดู ( อีกแล้ว) ก็นึกขำ ๆ เพราะที่มาของมันมีหลากหลาย

ทั้งจากคนที่ส่งมาให้ เพราะคิดถึงกันจริง ๆ.... คนที่ส่งมาให้เพราะรู้ว่าเราชอบ...คนที่หมักดองโปสการ์ดไว้นาน จนส่งมาทีพร้อมกัน 3 ใบ...คนที่เวลาไปเที่ยวแวะเมืองไหนก็จะส่งมาจากทุกเมืองที่ไปแวะ..คนที่โดนอ้อนวอนแกมบังคับให้ส่งมาให้...คนที่ไม่รู้จักแต่ก็ยังส่งมาหาเรา

คนที่ไม่รู้จักแล้วยังส่งมาหาเรา...คือสามีพี่ที่รู้จักกัน สามีเขาเป็นลุงฝรั่งที่ใจดีมาก ๆ ตอนนั้นพอดีคุณสามีไปเที่ยวฝรั่งเศส พี่เขาก็ไปบอกสามีว่า มีเด็กบ้าโปสการ์ดอยู่คนนึง ช่วยส่งมาให้หน่อยสิ...ฮา ฮา...แล้วเขาก็ยอมส่งมาจริง ๆ ด้วย...เขียนไว้ว่า greeting from Paris...I wish you have a chance to visit here... :)

มีโปสการ์ดใบนึง ส่งมาพร้อมกลิ่นกาแฟอ่อน ๆ เพราะเพื่อนเขียนแล้วทำกาแฟหกใส่ มันเลยบอกว่าเป็นโปสการ์ดแบบมีกลิ่นไปซะเลย

โปสการ์ดอีกใบ เพื่อนส่ง msg มาถามที่อยู่ แล้วปรากฏว่าโปสการ์ดมาแบบโล่งมาก เขียนแค่ว่า กรูมาถึงปายแล้ว ( จบข่าว)

โปสการ์ดอีกใบ เป็นรูปเด็กชาวเขา เพื่อนเขียนมาบอกว่า หน้าเหมือนมรึงเลยส่งมาให้ดู ( ซะงั้น)

โปสการ์ดอีกใบ เป็นโปสการ์ดแบบแจกฟรี ไม่ได้มีความสวยงามเลยแม้แต่น้อย แต่ข้อความข้างหลังเป็นข้อความที่เพื่อน ๆ ทั้งกลุ่มช่วยกันเขียน ตอนที่พวกมันไปออกค่ายกัน แต่เราไม่ได้ไป...พวกมันเลยเขียนบรรยายความรู้สึกและเล่าเรื่องราวที่ไปค่าย..เป็นโปสการ์ดที่มีความหมายมาก ๆ ใบนึงเลยล่ะ

ส่วนอีกใบ เพื่อนอยากส่งมา แต่จำที่อยู่ไม่ได้ มันเลยส่งไปบ้านตัวเองก่อน แล้วค่อยเอามาให้เรา ( เข้าใจคิด ๆ )

และอีกมายมาย..แต่ละใบก็มีคุณค่าแตกต่างกันออกไป...มีข้อความสั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่บ่งบอกความรู้สึก ณ เวลาและสถานที่ที่คนเขียนอยู่

ส่วนเราแม้จะไม่ค่อยได้เดินทาง แต่ถ้าเจอโปสการ์ดหรือรูปอะไรที่เห็นแล้วเหมาะกับคน ๆ นั้นเหลือเกินก็จะร่อนส่งไปหาทันที ( ส่วนมากพวกอยู่เมืองนอกจะได้โปสการ์ดเป็นรูปอาหารไทยน่ากิ๊น น่ากิน..แกล้งกันข้ามทวีป) เวลาส่งก็มีความสุขไปอีกแบบ เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของชีวิต...

ขอบคุณเจ้าของโปสการ์ดทุกคน กับ surprise เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ชีวิตร่าเริงสดใสขึ้นมาได้

ปล. วันนี้คุณเขียนโปสการ์ดแล้วหรือยัง

 

2008/Nov/11

เช้าวันนี้ขึ้นรถไฟฟ้าก็ยืน ๆ อยู่ ก็เห็นป้า ๆ คนนึงที่นั่งปลายแถวเก้าอี้ไกล ๆ จากที่เรายืนไปหน่อยเขาทำถุงผ้าตก...แล้วก็มีถุงแกงถุงหนึ่งที่ใส่ไว้ในถุงพลาสติกกลิ้งออกมา....ป้าก็ก้มลงไปจะหยิบข้าวของขึ้นมา...

แต่ถุงแกงมันดันแตกโพล๊ะไปแล้ว !!!...แกงเริ่มไหล.....

ป้ายังไว รีบคว้าถุงผ้าขึ้นมา ถุงผ้าเลยไม่เปื้อน....

แล้วป้าก็ยังเป็นคนดี...พยายามเก็บกวาดซากถุงแกงขึ้นมา...แต่ถุงพลาสติกที่ใส่ถุงแกงนั้นก็ดันเลอะเละเทะไปหมดแล้ว....ป้าก็ยังถือถุงแกงขึ้นมาไว้ก่อน...ส่วนแกงที่เหลือพอรถไฟฟ้าเคลื่อนขบวน ก็เริ่มไหลไป ไม่ไหลย้อนกลับ...(หึหึ)

และแล้วก็มี HERO ปรากฏตัวขึ้น ยอดมนุษย์ลิ้นคามิลเลี่ยน แลบลิ้นออกมาไปเลียแกงที่หกจนพื้นสะอาดเอี่ยม.... ...

เปล่าหรอก...ความจริงป้าแกยังถือถุงแกงที่แตกต่อไปโดยไม่รู้จะทำไงดี แล้วพี่ผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ เขาถือถุงพลาสติกใส่ของมาหลายถุง เขาเลยแบ่งถุงให้ป้าเขา 1 ใบ ไปใส่ถุงแกงที่แตก...

เราแอบเห็นพี่ผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่แถว ๆ เราก็รีบเปิดกระเป๋าคอม แล้วทำท่าจะหยิบถุงพลาสติกออกมาให้เหมือนกัน แต่พอดีพี่คนนี้อยู่ไกลกว่า ก็เลยไม่ได้แสดงตัว...เพราะป้าแกได้ถุงจากพี่ผู้ชายคนข้าง ๆ ไปแล้ว...

แต่ขอปรบมือให้ทั้งสองคนเลยค่ะ...น่ารักมากเลย มีน้ำใจสุด ๆ....( ชอบจริง ๆ ผู้ชายที่มีน้ำใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้...แต่สำหรับป้าแก เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่นะเนี่ยะ...แกงก็อดกิน แถมอายอีกต่างหาก)

สองสาวที่ยืนอยู่ข้างเราก็วิเคราะห์กันใหญ่ว่าแกงที่หกนั้นเป็นแกงอะไร....

ส่วนผู้ชายอีกคนที่นั่งตรงข้ามป้าแก กลับนั่งกอดอก มองหน้าป้าแกสลับกับแกงบนพื้นรถไฟฟ้า สับไปสับมาอยู่แบบนั้น....แล้วก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ( สงสัยเสียดายแกง เพราะหอมเสียด้วยสิ )...สงสารป้าแกเหอะ ใครมันจะอยากมาทำแกงหกบนรถไฟฟ้าล่ะ...

2008/Oct/05

....เหมือนขนม....

แฟนเก่า

เหมือนขนมที่ตอนแรกกินแล้วอร่อย แต่กินนาน ๆ ไปก็เบื่อ...เลี่ยน...แล้วก็ไม่อยากกินอีกแล้ว

แฟนใหม่

ขนมที่ตอนแรกไม่ได้สนใจจะกินแต่กิน ๆ ไปเริ่มอร่อย แถมรสชาติดีกว่าขนมเก่าที่เคยชอบกิน

กิ๊ก

เหมือนเครื่องดื่ม...เวลาที่ขนมติดคอ

เพื่อนสนิท

ขนมที่กินอร่อยได้เรื่อย...แต่ไม่ได้อร่อยล้ำอะไรมากมาย...แต่บางทีกิน ๆ ไปก็เกิดอร่อยล้ำขึ้นมาได้

 

2008/Sep/18

 สมัยก่อน ว่ากันว่า ที่ดินย่านสุขุมวิท ถือว่าบ้านนอก ไก่กา มาก ๆ ไม่มีใครอยากได้ สมัยนั้นใครจะซื้อที่แถวสุขุมวิทก็พายเรือมาเอาไม้ปัก ๆ จอง ๆ ไว้ได้ตามสบาย เพราะว่าไม่มีใครเอา

นาน ๆ ไป สุขุมวิทเริ่มคึกคัก มีบ้านเรือน ร้านค้ามากมาย กลายเป็นย่านที่ใคร ๆ ก็อยากจะอยู่ที่สุดย่านนึงในกรุงเทพ

แต่ย่านนี้ก็เงียบ ๆ ซบเซาไปพักหนึ่งเหมือนกัน ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี

ทว่า...ตอนนี้ย่านสุขุมวิทกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง คอนโดมากมายผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด....คนที่อยู่แถวนี้ วันดีคืนดีก้อาจมีเพื่อนบ้านเป็นคอนโดไปได้....

มีหลาย ๆ คนอยากจะมาอยู่ย่านสุขุมวิท เพราะดูสะดวกสบาย ดูดีมีชาติตระกูล..แต่หารู้ไม่ว่า อยู่สุขุมวิทเนี่ยะ มันเป็นความลำบากในชีวิตอย่างหนึ่งเลยล่ะ

ในฐานะที่อยู่สุขุมวิทมาตั้งแต่เกิด ก็รู้สึกว่าถนนเส้นนี้มัน..โอ๊ย ให้ตายเถอะ

รถติด ---- ตั้งแต่เกิดมา ถนนสายนี้ไม่เคยมีวันไหนรถไม่ติด มันต้องติดสักจุด ขึ้นอยู่กับมาติดมาติดน้อยเท่านั้นเอง ตอนเด็ก ๆ เคยต้องเดิน ไป -กลับ บ้าน  - โรงเรียน( โรงเรียนอยู่ถึงเกือบอโศก ซอยบ้านเราอยู่แถวเอกมัย)เพราะรถติดมาก ๆ ไม่ขยับเขยื้อนเลย....และสามารถติดได้ตั้งแต่ 10 นาที ไปจนถึง 1 ชั่วโมง

ช่วงที่มีรถไฟฟ้าก็รถติดมา ๆ ฝุ่นเยอะ ถนนกลายเป็นนรกย่อม ๆ ไปเลยช่วงนึง พอมีรถไฟฟ้าแล้วเส้นนี้ก็......ติดเหมือนเดิม อาจจะมากกว่าเดินด้วยซ้ำเพราะว่าคนย้ายเข้ามาอยู่กันใกล้ ๆ รถไฟฟ้า

น้ำท่วม --- สุขุมวิทนี่น้ำท่วมตลอดชาติ ฝนตกนิดเดียวก็น้ำท่วมแล้ว เมื่อก่อนฟุตบาทยังไม่ได้ยกให้เสมอขอบถนน เวลาฝนแตกที ฟูตบาทก็จะกลายเป็นบ่อน้ำ เดินได้แต่ตามขอบเท่านั้น

มีอยู่ช่วงนึง สุขุมวิทจะน้ำท่วมขนาดที่ว่า...ที่แห้งแห่งเดียวตามถนน คือ เกาะกลางถนน เท่านั้น สมกับเป็นเกาะ กลางถนนจริง ๆ ทุกคนก็ต้องไปเดินกันบนเกาะกลางถนนหมดเลย

เคยจับเวลาดู ฝนตกแค่ 10 นาที น้ำก็ท่วมถนนหมดแล้ว ตอนนี้ฟุตบาทสูง มันก็เลยเปลี่ยนไปท่วมถนนแทน เคยลองจับเวลา แค่ 10 นาที น้ำก็ท่วมได้แล้ว

แล้วพอน้ำท่วม แมลงสาบเยอะมาก..กรูกันออกมาเกาะขาเราเวลาเดินผ่าน ประดุจว่าเราเป็นที่พึ่งสุดท้ายจากอุทกภัยของเหล่าแมลงสาบ

วันก่อนซอยบ้านก็กลายเป็น คลองสุเอช ย่อม ๆ ไปเลยล่ะ ( เพื่อนบอก่า ยี้ บ้านนอก น้ำท่วมด้วย....ง่า)

ของกิน --- แม้จะมีของกินมากมาย...ให้เลือกสรร...แต่ว่าราคาบางทีก็แพงไม่ค่อยสมเหตุสมผล เคยเทียบกับข้าวที่ซื้อมาระหว่างแถวบ้านเรากับแถวบ้านเพื่อนที่อยู่ชานเมือง กับข้าว 25 บาทของเรา จำนวนเท่ากับ 10 บาทแถวบ้านมัน...โหย อะไรเนี่ยะ

แต่ที่ดีอย่างนึงคือ ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีหลายอย่างให้ซื้อ สำหรับทำกับข้าวของชาติต่าง ๆ ได้เครื่องปรุงครบถ้วน....

แต่ตอนนี้แถวสุขุมวิทไม่ค่อยมีคนไทยอยู่เท่าไหร่ มีแต่ชาวต่างชาติเยอะมาก ๆ บางทีเวลาอยู่บนรถไฟฟ้านึกว่าตรูอยู่สิงคโปร์รึเปล่าเนี่ยะ....

เอ้อ ช่วงถนนสุขุมวิทจากนานาถึงพระโขนงมีวัดแค่วัดเดียวเท่านั้นเอง เท่าที่เห็นนะ แปลกดี....

ฟังแบบนี้แล้วยังอยากมาอยู่ไหมเนี่ยะ...สุขุมวิทน่ะ

edit @ 18 Sep 2008 13:17:52 by mariposa